ประวัติศาสตร์จีน

ประวัติศาสตร์จีน เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอารยธรรมยาวนานที่สุด หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ค้นคว้าได้บ่งชี้ว่าอารยธรรมจีนมีอายุ 5,000 ปี

รากฐานที่สำคัญของอารยธรรมจีนคือการสร้างระบบภาษาเขียนในช่วงราชวงศ์ฉิน (ศตวรรษที่ 58 ก่อนคริสต์ศักราช) ให้เป็นภาษากลางทั่วประเทศ เป็นครั้งแรกของโลก (ทุกเผ่าพูดต่างกันสำเนียงต่างกัน แต่ใช้การเขียนเหมือนกัน) และพัฒนาการของลัทธิขงจื้อ

ราวศตวรรษที่ 2 ก่อน ส.ศ. ประวัติศาสตร์จีนมีทั้งช่วงเวลาแห่งความเป็นปึกแผ่นและอาณาจักรอื่น บางครั้งก็ถูกปกครองโดยเผ่าพันธุ์อื่นเช่นมองโกลแมนจูญี่ปุ่นวัฒนธรรมจีนมีอิทธิพลอย่างมากต่อชาติเอเชียอื่น ๆ และสังคมโลก

ประวัติศาสตร์จีน สมัยก่อนประวัติศาสตร์ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเมื่อใด แต่จากการขุดพบวัตถุโบราณริมแม่น้ำฉางเจียงและแม่น้ำหวังเหอ. ช่วงเวลานี้สามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทของสังคม ช่วงแรกคือช่วงที่ตัวเมียมีขนาดใหญ่เรียกว่าช่วงหยางเชา และเมื่อชายเป็นใหญ่เรียกว่าวัฒนธรรมหลงซานตำนานเล่าว่าบรรพบุรุษชาวจีนเรียกว่าหวงตี้และหยานตี้

ประวัติศาสตร์จีน

ประวัติศาสตร์จีน

China is one of the countries with the longest civilizations. Historical evidence researched indicates that the Chinese civilization is 5,000 years old.


The cornerstone of Chinese civilization was the creation of the written language system during the Qin Dynasty (58th century BC) as a nationwide language. For the first time in the world (Every tribe speaks differently, different accents But uses the same writing) and the development of Confucianism.

About the 2nd century B.C.E., Chinese history includes a period of solidarity and other kingdoms. Sometimes they are ruled by other races such as the Mongols, Manchu, Japan, Chinese culture has a great influence on other Asian nations and world society.

In ancient times, there was no conclusive evidence of when. But from the excavation of ancient artifacts along the Changjiang River and Wanghe River. This period can be divided into two types of society. The first phase is when the female is large, it is called the Yang Chao period. And when the male is great, it is called Longshan culture, legend has it that Chinese ancestors called Huangdi and Yanti.

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google