ยุคสำริด

ยุคสำริด ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นจังหวัดสตูลเป็นตำบลหนึ่งในเมืองสายบุรีเรียกว่าหมู่ที่ตั้งสตูล ประวัติศาสตร์เมืองสตูลเกี่ยวข้องกับเมืองไทรบุรี ดังปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย“ ตามข้อความข้างต้น

แสดงให้เห็นว่าในเวลานั้นเมืองไทรสวรรค์จะแตกออกเป็นสองกลุ่มคือกลุ่มของเจ้าพระยาสายพันธุ์และพระยาอภัยนุราชจะท่องเมืองนครศรีธรรมราชโดยเฉพาะเมื่อพระยาอภัยนุราชขึ้นเป็นเจ้าเมืองสตูล

ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับนครศรีธรรมราชมากกว่าสายบุตรพระยาอภัยนุราชเจ้าเมืองสตูลถึงแก่กรรม 2 ปีใครจะไปหาเจ้าเมืองสตูลในชั้นนั้นต่อไป ไม่พบที่เก็บถาวร

แต่เมื่อพิจารณาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภายหลังฉันเข้าใจว่าพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุ (ภาณุ) จะดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล และรับฟังคำสั่งพระราชไมตรีกับเมืองนครศรีธรรมราชตามที่พระมหากษัตริย์พระราชทานอภัยโทษหรือมากกว่า. “

เรื่องราวเกี่ยวกับเมืองสตูลยังคงปรากฏอยู่ในหนังสือพงศาวดารเมืองสงขลา แต่ข้อความบางส่วนที่ปรากฏเกี่ยวกับชื่อเจ้าเมืองสตูลไม่ตรงกับพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์รัชกาลที่ 5 ประวัติเกี่ยวกับเมืองสตูลในรูปแบบการปกครองของเทศาภิบาลกล่าวว่าในปี พ.ศ. 2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สำหรับพระยาไทรบุรีรัมย์ภักดี.

เจ้าพระยาไทรบุรี (อับดุลฮามิต) เป็นข้าราชการในอำเภอสายบุรีจังหวัดสตูลโดยแยกจากไทรบุรีตามสนธิสัญญาไทย – อังกฤษว่าด้วยการกำหนดเขตแดนระหว่างไทยกับสหพันธรัฐมลายูซึ่งได้ลงนามใน กรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 127 (พ.ศ. 2452) จากสนธิสัญญานี้ยังส่งผลให้เมืองไทรบุรีและเปอร์ลิสเป็นของอังกฤษในสตูลยังคงเป็นของประเทศไทยในปัจจุบัน

ยุคสำริด

In the early Rattanakosin period, Satun Province was one of the sub-districts in Saiburi City, called the village where Satun was located. The history of Satun is related to the city of Sai Buri. As shown in the royal chronicle of Rattanakosin, the reign of King Phra Phuttha Lertlah Naphalai, “according to the above text.

It shows that at that time Sai Sawan City would be split into two groups: the Chao Phraya species

Which has a border with Nakhon Si Thammarat more than the son of Phraya Apainuraj, the ruler of Satun passed away for 2 years, who will go to find the ruler of Satun in that floor next? The archive could not be found.

But considering the events that happened later, I understand that Phra Voravong, Phanu (Panu) will serve as the governor of Satun Province. And listen to the order of friendly relations with the city of Nakhon Si Thammarat as the King pardons or more. “

The story about Satun still appears in the Songkhla chronicle book. But some of the messages that appear about the name of the ruler of Satun do not correspond

Chaopraya Sai Buri (Abdul Hamit) is a government official in Saiburi District, Satun Province, separated from Sai Buri in accordance with the Thai-British Treaty

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google


สงครามฝรั่งเศส

สงครามฝรั่งเศส – ปรัสเซียหรือสงครามฝรั่งเศส – เยอรมันในฝรั่งเศสสงครามปี 1870 เป็นความขัดแย้งระหว่างจักรวรรดิฝรั่งเศสที่สอง (และต่อมาคือสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่สาม) กับรัฐเยอรมันของสหพันธรัฐเยอรมันเหนือที่นำโดยราชอาณาจักรปรัสเซีย กินเวลาตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2413 ถึงวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2414

ความขัดแย้งดังกล่าวเกิดจากความทะเยอทะยานของปรัสเซียที่จะขยายอำนาจเพื่อรวมเยอรมนีและฝรั่งเศสที่กลัวว่าจะเปลี่ยนดุลอำนาจในยุโรปซึ่งจะส่งผล หากปรัสเซียประสบความสำเร็จนักประวัติศาสตร์บางคนแย้งว่าออตโตบอนบิสมาร์คนายกรัฐมนตรีปรัสเซียจงใจยั่วยุให้ฝรั่งเศสประกาศสงครามกับปรัสเซีย เพื่อที่จะชักนำให้เกิดรัฐเยอรมันทางใต้ที่เป็นอิสระ

Baden, Württemberg, Bavaria และ Hessen-Darmstadt เข้าร่วมสมาพันธ์เยอรมันเหนือซึ่งปกครองโดยปรัสเซีย ในขณะที่คนอื่น ๆ ยืนยันว่า Bismarck ไม่ได้วางแผนและใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ตามที่พวกเขาเปิดเผยอย่างไรก็ตามไม่มีใครโต้แย้งความจริงที่ว่า Bismarc ต้องยอมรับศักยภาพของพันธมิตรใหม่ของเยอรมันในการจัดการกับสถานการณ์โดยรวม

สงครามฝรั่งเศส

สงครามฝรั่งเศส

Franco-Prussian War or Franco-German War In France, the 1870 War is a conflict between the Second French Empire (and later the Third French Republic) and the German state of the North German Federation led by the Kingdom of Prussia. It lasted from 19 July 1870 to 28 January 1871.

The conflict was fueled by Prussia’s ambitions to expand its power to unify Germany and France’s fear of shifting the balance of power in Europe that would deliver results. If Prussia succeeds Some historians have argued that Prussian Prime Minister Otto Bonbismarck was deliberately provoking France to declare war on Prussia. In order to induce an independent southern German state

Baden, Württemberg, Bavaria and Hessen-Darmstadt join the North German Confederation, which is ruled by Prussia. While others insist that Bismarck did not plan and take advantage of this situation as they had unfolded, however, no one disputed the fact that Bismarc had to accept the potential of the new German ally to deal with the overall situation.

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

สงครามยุทธหัตถี

สงครามยุทธหัตถี ในปี พ.ศ. 2135 พระมหาอุปราชาได้นำกองทัพจำนวนสองแสนสี่หมื่นคน ขอตีกรุงศรีตั้งเป้าชนะศึกในครั้งนี้ สมเด็จพระนเรศวรทรงทราบดังนั้นจึงเตรียมไพร่พลมีคนหนึ่งแสนคนเดินทางจากบ้านป่าโมกไปสุพรรณบุรี ข้ามน้ำที่ท่าท้าวอู่ทองและตั้งค่ายหลวงหนองสาหร่าย

เช้าวันจันทร์แรม 2 ค่ำเดือนยี่ปีมะโรง พ.ศ. 2135 สมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถสมเด็จพระนเรศวรทรงช้างชื่อเจ้าพระยาไชยานุภาพส่วนสมเด็จพระอัยกาทศรถทรงช้างชื่อเจ้าพระยาปราบไตรจักร

ทั้งสองคนเป็นช้างที่ชนะงา ได้แก่ ช้างมีงาที่ได้รับการฝึกมาเพื่อรบในอดีตหรือเคยผ่านสงคราม. ช้างเคยชนะช้างอื่น ๆ ในอดีต ซึ่งเป็นช้างที่ตกมันในระหว่างการสู้รบพวกเขาวิ่งไล่ตามพม่าและแพ้พม่า มีเพียงทหารรักษาพระองค์และวงกตบาทเท่านั้นที่ติดตาม

สมเด็จพระนเรศวรเห็นพระมหาอุปราชาอยู่ในร่มกับท้าวพระยา จึงรู้ว่าทรัพย์สมบัติของช้างสองเชือกได้หลงเข้ามากลางกองทัพและตกลงไปในวงล้อมของข้าศึก แต่ด้วยไหวพริบของสมเด็จพระนเรศวรจึงทรงเห็นว่าเป็นฝ่ายเสียเปรียบข้าศึกจึงขยับช้างเข้ามาใกล้ จากนั้นเขาก็ถามด้วยความคุ้นเคยมาก่อนตั้งแต่วัยเยาว์ว่า “พระเจ้า

พี่ชายเราจะไปยืนในเว็บใต้ร่มไม้? ออกมาทำยุทธหัตถีกัน. เพื่อเป็นเกียรติในแผ่นดินในอนาคตจะไม่มีพระเจ้าแผ่นดินที่จะทำยุทธหัตถี

สงครามยุทธหัตถี

สงครามยุทธหัตถี

In the year 2135, Phra Maha Uprajasen to lead an army of two hundred and forty thousand people. Let’s hit Krungsri, aiming to win the battle this time. King Naresuan knew and therefore prepared the troops There were one hundred thousand people traveling from Ban Pa Mok to Suphanburi. Across the water at Tha Thao U Thong Pier And set up a royal camp in Nong Sarai

The morning of two monday waning lunar month, Yi Year of the dragon, 2135 B.E. King Naresuan and Somdej Phra Aek Tosarot King Naresuan the elephant named Chao Phraya Chaiyanupab As for Somdej Phra Aka Tosarot, the elephant named Chao Phraya Prabtrichak

Both of them were elephants that won tusks. Ie elephants with tusks that have been trained to fight in the past or have been through the war. Elephants have won other elephants in the past. Which is an elephant that is falling on it During the battle, they ran after Burma and lost into Burma. Only the lifeguard and the Jambath Baht followed up.

King Naresuan saw Phra Maha Uparajana in the shade with the Thao Phraya. Therefore knowing that two elephants’ belongings have strayed into the middle of the army And fell into the enemy circle But with the flair of King Naresuan He saw that it was a disadvantage to the enemy and therefore moved the elephant closer. He then asked, familiar with before from his youth, “God

Brother, are we going to stand in a web in the shade of a tree? Come out to do Iuthheete together. To be an honor in the land In the future, there will be no land gods who will have Iuthheete

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

ศิลปะอียิปต์โบราณ

ศิลปะอียิปต์โบราณ มีตั้งแต่ 3,000 ปีก่อนคริสตกาลถึง 1,000 ปีชาวอียิปต์มีศาสนาและพิธีกรรมที่ซับซ้อน แทรกซึมเป็นวัฒนธรรมในสังคมมาช้านาน เทพเจ้าได้รับการเคารพนับถือด้วยลักษณะที่หลากหลาย

และสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่เกี่ยวกับศาสนาพิธีกรรมโดยเฉพาะงานศพ ซึ่งเชื่อกันว่ายังมีชีวิตอยู่หลังจากความตายในโลกใหม่ดังนั้นศพจึงถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีและเต็มไปด้วยเครื่องใช้ที่มีค่าของผู้เสียชีวิต

ภาพวาดอียิปต์เป็นภาพที่เขียนบนผนังของสุสานและวิหารต่างๆ สีที่ใช้ในการวาดภาพที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ได้แก่ เขม่าสารประกอบทองแดงหรือสีจากดินเหนียวผสมน้ำและเรซินลักษณะของภาพวาดเป็นงานที่เน้นรูปทรงแบนและโครงร่างที่คมชัด

จัดท่าทางของผู้คนที่แสดงท่าทางต่างๆในรูปสัญลักษณ์แทนการแสดงความเป็นจริงตามธรรมชาติ มักเขียนภาพลงในช่องว่างระหว่างภาพด้วย และเน้นสัดส่วนของสิ่งที่สำคัญในภาพให้ใหญ่กว่าองค์ประกอบอื่น ๆ เช่นรูปกษัตริย์หรือฟาโรห์ จะมีขนาดใหญ่กว่าภรรยาและผู้ชายนิยมสีสันสดใส บนพื้นหลังสีขาว

ศิลปะอียิปต์โบราณ

ศิลปะอียิปต์โบราณ

Egyptian art spans from 3,000 BC to 1000 years. The Egyptians have complex religions and rituals. Infiltrated into a culture in society for a long time. The gods are revered in a variety of ways.

And most of the architecture relates to religion, rituals, especially funerals. It is believed to be alive after death in the New World, so the corpse is well preserved and full of the valuable utensils of the deceased.

Egyptian paintings are painted on the walls of tombs and temples. The paints used in the painting made from wives and men are popular with bright colors On a white background natural materials include soot, copper compounds, or clay-based paints mixed with water and resin.

Align people with different gestures in pictograms instead of showing natural reality. It is often written in the space between the images. And emphasize the proportions of what is important in the picture to be larger than other elements such as the king or pharaoh. Will be larger than wives and men are popular with bright colors On a white background

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

ประวัติการบินของไทย

ประวัติการบินของไทย บ้างในปี พ.ศ. 2447 ได้นำเครื่องบินออร์วิลล์ไรท์มาแสดงต่อสาธารณชน ณ สนามม้าสระปทุม (ปัจจุบันคือราชกรีฑาสโมสร) พลอากาศเอกพระยาเฉลิมอากาศซึ่งได้รับการยกย่อง เป็นบรรพบุรุษของกองทัพอากาศ นักบินคนแรกของไทยก็ได้ทดลองบินในรายการนี้เช่นกัน

พลเอกสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานาถเสนาธิการทหารบกได้ตัดสินใจจัดตั้งหน่วยบินเพื่อปกป้องประเทศไทยตามความจำเป็นดังนั้นจึงทรงเลือกพลตรีหลวงศักดิ์ศรีวุฒิ (สุนีย์สุวรรณประทีป) พันโทอิวรรณลิขิตกร (หลงสินสุข) และนาวาตรีทิพย์เกตุทัตไปเรียนการบินที่ฝรั่งเศสจนประสบความสำเร็จ

นักบินไทยทดลองบินในเครื่องแบบ Nieerport เป็นครั้งแรก ที่สนามม้าสระปทุมเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2456

ในระหว่างนี้ประเทศได้สั่งซื้อเครื่องบิน Breguet สามลำ Nieuport (nieuport) ปีกนกชั้นเดียว 4 ลำเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่มอภัยภูเบศร (ชุ่มอภัยวงศ์) ซื้ออีก 1 เครื่องดังนั้นในปี พ.ศ. 2456 เครื่องบิน 8 ลำนี้ร่วมกับนายทหารของไทย 3 คนจึงเป็น “ทหารอากาศคนแรกของไทย” จึงนำไปประจำการเป็นหน่วยบินแรกของกองทัพไทย

ประวัติการบินของไทย

Flight history of Thailand Some 1904 Orville Wright aircraft were shown to the public at Sa Pathum Racecourse. (Now the Royal Bangkok Sports Club) Air Chief Marshal Phraya Chalerm Akat, which has been regarded Is the ancestor of the Air Force The first Thai pilots also took a test flight on the program as well.

Gen. Somdej Phra Nang Thu Chao Fah Krom Luang Phitsanulok Prachanat, the Chief of Staff of the Royal Thai Army, has decided to establish a flight to protect Thailand as needed, therefore he has chosen Major General Luang Saksriwut. (Sunee Suwannaprateep) Lieutenant Colonel Iwan Likitkon (Long Sin Suk) and Lieutenant Commander Thip Ketutat went on to study aviation in France until successfully.

Thai pilots try to fly in a Nieerport uniform for the first time at Sa Pathum Racecourse on December 29, 1913.

In the meantime, the country has ordered three Breguet aircraft, Nieuport (nieuport), four single-class wingspan, Chao Phraya Abhaibhubejhr. (Chum Abhaibhubejhr (Chum Apaiwong) bought another one, so in 1913, this 8 aircraft, together with 3 Thai soldiers, was the “first Thai Air Force” and was deployed as the first aviation unit of the military Thai

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

บางระจัน

บางระจัน เป็นค่ายป้องกันตนเองของเมืองสิงห์บุรีและเมืองต่างๆที่ลี้ภัยจากทหารพม่าที่ค่ายบางระจัน ก่อนการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 สามารถต้านทานการโจมตีของทหารพม่าได้หลายครั้ง และมีชื่อเสียงในด้านวีรกรรมและความกล้าหาญในประวัติศาสตร์ไทยโดยมีอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงวีรกรรมนี้ในต. บางระจันอ. ค่ายบางระจันจ. สิงห์บุรี

ปี พ.ศ. 2307 กองทัพพม่าภายใต้การนำของเนเมียวสีหบดีได้ยกกำลังขึ้นที่ด่านขัน ธ สีมาที่ด่านระแหงอำเภอเมืองตาก โดยการกวาดต้อนกำลังของอยุธยาในหัวเมืองทางเหนือขณะที่มังฆะนรธาตีเข้าหัวเมืองทางใต้สกัดกำลังจากชายทะเลทางใต้ด้วยความตั้งใจจะมาบรรจบกับกรุงศรี

ต้นเดือนมกราคม พ.ศ. 2308 กองทัพของเนเมียวสีหบดีหยุดอยู่ที่วิเศษชัยชาญ และจัดให้กองทัพพม่าบุกเข้ามาปล้นทรัพย์สินและผู้คนในวิเศษชัยชาญประชาชนโกรธแค้นที่ทหารพม่าข่มเหง จึงแอบสมคบคิดกันในเดือนสามชาววิเศษชัยชาญสรรคบุรีและชาวบ้านใกล้เคียงกำลังรวมหัวกัน

เพื่อล่อทหารพม่ารวมทั้งรวบรวมผู้คนเพื่อดำเนินการต่อในหมู่ชาวบ้านปัจจุบันหัวหน้าใหญ่คือนายธนโชตินายอินทร์นายเมืองซึ่งหลอกทหารพม่าเพื่อหาทรัพย์สมบัติที่พวกเขาต้องการ เชื่อว่าทหารพม่าทำตาม ถูกนายโชติและพรรคพวกบุกไปฆ่าพม่าเสียชีวิตประมาณ 20 คนจึงหลบหนีไปที่ค่ายบางระจัน

บางระจัน

Bang Rachan Camp is the self-defense camp of Sing Buri and the towns that take refuge from the Burmese soldiers at Bang Rachan Camp. Before the second loss of Ayudhya, it was able to withstand multiple attacks by the Burma Army. And is famous for its heroism and bravery in Thai history, with a monument to commemorate this heroism in T. Bang Rachan Khai Khai District, Bang Rachan Province Singburi

Year 1764, the Burma Army, under the leadership of Nemyo Sihabdi, has raised its forces at Khanthasima checkpoint at Rhaeng checkpoint, Mueang Tak district. By forcibly exterminating Ayutthaya in the northern districts while Manghanarathatha entered the southern districts, extracting force from the southern seashore with the intention of converging with Krungsri.

Early January 1765, the Nemyo Sihabadi army stopped at Wiset Chai Chan. And organized the Burma Army to invade and plunder property and people in Wiset Chai Chan. So secretly conspiring in the third month, the Wiset Chai Chan, Sankhaburi and nearby villagers are joining together.

To lure Burmese soldiers and gather people to continue their actions among the villagers, the current chief is Thanachot Nai, Nai Muang, who deceives the Burmese soldiers to find the wealth they need. Believe that the Burmese soldiers follow. Was attacked by Mr Chot and his companions to kill Burma, approximately 20 people, so they fled to Bang Rachan camp.

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น จากการวิจัยทางโบราณคดีพบว่าเกาะนี้อาศัยอยู่ในหมู่เกาะญี่ปุ่นมากกว่า 100,000 ปีก่อนเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของเอเชีย คนโบราณที่อาศัยอยู่ในหมู่เกาะญี่ปุ่นในช่วงยุคหินหาเลี้ยงชีพด้วยการล่าสัตว์ และเก็บของป่ามาเป็นอาหารนอกจากนี้เมื่อประมาณ 30,000 กว่าปี

ก่อนหน้านี้มีวัฒนธรรมการทำหินมีดและการประดิษฐ์อาวุธเช่นหอกมาจากทวีปสู่ดินแดนญี่ปุ่น ยุคนี้ดำเนินต่อไปจนสิ้นสุดยุคน้ำแข็งสุดท้ายประมาณ 12,000 – 11,000 ปีเปลี่ยนวิถีชีวิตของมนุษย์ทั่วโลกอย่างมาก ดินแดนของญี่ปุ่นยกเว้นหมู่เกาะทางตะวันตกเฉียงใต้สิ้นสุดยุคหินในสมัยโจมง

ต่อมาในสมัยโจมงเมื่อประมาณ 10,000 ปีก่อนได้มีการผลิตเครื่องมือหินด้วยความประณีต มีการพัฒนาวิธีการล่าสัตว์โดยใช้ธนูและลูกศร ตลอดจนการผลิตเครื่องปั้นดินเผาสำหรับเก็บอาหารและอาหารเมื่อราว 14,000 ปีถึง 300 ปีก่อนคริสต์ศักราชเรียกว่าสมัยโจมงตามแบบเครื่องปั้นดินเผาโจมอนแบบเชือก

ต่อมาประมาณ 500 ถึง 300 ปีก่อนคริสต์ศักราช จนถึงกลางศตวรรษที่ 3 ญี่ปุ่นได้เปลี่ยนเข้าสู่ยุคยาโยอิ คำว่ายาโยอิมาจากหนึ่งในเขตบุงเคียวโตเกียวซึ่งมีการค้นพบร่องรอยของยุคนี้เป็นครั้งแรก

ปีแรก ๆ ของยุคยาโยอิแสดงให้เห็นว่ามีการเรียนรู้การเกษตร เช่นเดียวกับการปลูกข้าวการทำเครื่องใช้โลหะและการบูชาภูติผีปีศาจซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่เข้ามาในเกาหลีและแผ่นดินใหญ่ ชาวญี่ปุ่นใช้เครื่องเหล็กที่ใช้ในการทำฟาร์มในชีวิตประจำวัน

เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและใช้ดาบที่ทำจากทองแดงและแก้วในพิธีกรรมทางศาสนา การแบ่งงานกันทำทำให้ช่องว่างระหว่างผู้ปกครองดินแดนและอาสาสมัครกว้างขึ้น ในช่วงรัฐเล็ก ๆ นี้เกิดขึ้นมากมายทั่วประเทศ

ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

According to archaeological research, the island lived in the Japanese archipelago more than 100,000 years ago when it was part of Asia. The ancient people who lived in the Japanese archipelago during the Stone Age earn a living by hunting. And harvested forest products for food.In addition, about 30,000 years ago,


Previously, there was a culture of knife stone making and weapon crafting, such as spears, from continents to Japan. This era continued until the end of the last ice age approximately 12,000 – 11,000 years, drastically changing the way of life for humans around the world. Japanese territory except for the southwestern islands ended the Stone Age in the Jomon period.

Later, in the Jomon period, about 10,000 years ago, stone tools were produced with elaboration. A method of hunting with bows and arrows has been developed. As well as the production of pottery for storing food and food around 14,000 years to 300 BC, it is called the Jomon period in the form of rope Jomon pottery.

Later, about 500 to 300 BC. Until the middle of the 3rd century, Japan had changed into the Yayoi era. The word Yayoi comes from one of Bunkyo Ward, Tokyo, where traces of this era were first discovered.

The early years of the Yayoi Era show that agriculture was learned. As well as rice cultivation, metal utensils and spirit worship, which is a culture that entered Korea and the mainland. The Japanese use iron machines that are used for their daily farming.

To increase agricultural productivity and use copper and glass swords in religious ceremonies. The division of labor has widened the gap between rulers, territories and volunteers. During these small states, many happened across the country.

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

ประวัติศาสตร์โลก

ประวัติศาสตร์โลก หรือประวัติศาสตร์ของมนุษย์เริ่มต้นที่ยุคหินเก่า ประวัติศาสตร์โลกไม่รวมประวัติศาสตร์ธรรมชาติที่ไม่ใช่มนุษย์และประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยา เว้นแต่ตราบใดที่โลกธรรมชาติส่งผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์เป็นอย่างมาก

ประวัติศาสตร์โลกประกอบด้วยการศึกษาทางโบราณคดีและหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่สมัยโบราณ ประวัติศาสตร์สมัยโบราณซึ่งบันทึกเริ่มต้นด้วยการประดิษฐ์การเขียน แต่รากเหง้าของอารยธรรมมีมาก่อนการประดิษฐ์การเขียน ยุคก่อนประวัติศาสตร์เริ่มต้นในยุคหินเก่า ตามมาด้วยยุคหินใหม่และการปฏิวัติเกษตรกรรม (ระหว่าง 8000 ถึง 5,000 ปีก่อนคริสตกาล) ในพระจันทร์เสี้ยวที่อุดมสมบูรณ์ (Fertile Crescent)

การปฏิวัติเกษตรกรรมเป็นการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ที่มนุษย์เริ่มทำการเกษตรคือทำนาและเลี้ยงสัตว์อย่างเป็นระบบ ในขณะที่การเกษตรก้าวหน้าขึ้นผู้คนส่วนใหญ่เปลี่ยนจากวิถีชีวิตเร่ร่อนไปสู่การตั้งถิ่นฐานของเกษตรกรในการตั้งถิ่นฐานถาวรชาวเร่ร่อนยังคงมีอยู่ในบางแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่มีพืชเพาะปลูกน้อย

แต่ความมั่นคงสัมพัทธ์และผลผลิตทางการเกษตรที่เพิ่มขึ้นทำให้ชุมชนมนุษย์ขยายตัวเป็นหน่วยใหญ่ขึ้น ซึ่งความก้าวหน้าในการขนส่งยังช่วย

ประวัติศาสตร์โลก

ประวัติศาสตร์โลก

World history or human history begins at the Old Stone Age. World history excludes natural, non-human history and geological history. Except as long as the natural world affects human life very much.

World history consists of archaeological studies and written evidence from ancient times. Ancient history whose records begin with the invention of writing, but the roots of civilization predate the invention of writing. The prehistoric period begins in the Old Stone Age. It was followed by the Neolithic and the Agricultural Revolution (between 8000 and 5000 BC) in the fertile crescent moon (Fertile Crescent).

The Agricultural Revolution marked a change in human history. In which humans started to do agriculture, namely farming and raising animals in a systematic manner. As agriculture progressed Most people switch from nomadic lifestyles to settling farmers in permanent settlements Nomadic still exists in some places. Especially in remote areas where there are few cultivated plants.

But relative stability and increased agricultural productivity have made the human community expand into a larger unit. Which advances in transportation have also helped

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

ชีววิทยา

ชีววิทยา เป็นสาขาหนึ่งของวิทยาศาสตร์ธรรมชาติที่ศึกษาเกี่ยวกับชีวิต และสิ่งมีชีวิต ได้แก่ โครงสร้างหน้าที่การเติบโตการกำเนิดวิวัฒนาการการกระจายและอนุกรมวิธานเป็นการศึกษาทุกแง่มุมของสิ่งมีชีวิต ชีววิทยามาจากคำภาษากรีก “bios” หมายถึงชีวิตและ “โลโก้” หมายถึงหัวเรื่องหรือการศึกษาอย่างมีเหตุผล

การศึกษาชีวิตในระดับอะตอมและโมเลกุลจัดอยู่ในสาขาอณูชีววิทยาชีวเคมีและอณูพันธุศาสตร์ การศึกษาในระดับเซลล์จำแนกในสาขาเซลล์วิทยาและในระดับเนื้อเยื่อจำแนกในสาขาสรีรวิทยากายวิภาคศาสตร์และเนื้อเยื่อวิทยาสาขาเอ็มบริโอเป็นการศึกษาการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเอ็มบริโอของสิ่งมีชีวิต

สาขาพันธุศาสตร์คือการศึกษาการถ่ายทอดทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง สาขาพฤติกรรมศาสตร์คือการศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มสิ่งมีชีวิต ภาควิชาพันธุศาสตร์ประชากรเป็นการศึกษาพันธุศาสตร์ในระดับประชากรของสิ่งมีชีวิต ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตหนึ่งกับสิ่งมีชีวิตอื่น และระหว่างสิ่งมีชีวิตกับแหล่งที่อยู่มันถูกจัดอยู่ในสาขานิเวศวิทยาและชีววิทยาวิวัฒนาการ

หลักการอีกประการหนึ่งของคุณสมบัติทั่วไปคือสิ่งมีชีวิตทุกชนิดนอกเหนือจากเซลล์ไวรัสประกอบด้วยเซลล์พวกมันยังมีกระบวนการเจริญเติบโตที่คล้ายคลึงกัน ตัวอย่างเช่นสิ่งมีชีวิตชั้นยอดส่วนใหญ่มีตัวอ่อนหลักที่คล้ายกัน และมียีนที่คล้ายคลึงกันด้วยจึงต้องเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทเดียวกันจึงจะผสมกันได้

ชีววิทยา

ชีววิทยา

Biology is a branch of natural science that studies life. And living organisms, including structure, function, growth, origin, evolution, distribution And taxonomy It is the study of all aspects of life. Biology comes from the Greek word “bios” means life and “logos” means subject or study logically.

Study of life at the atomic and molecular level It is classified in the fields of molecular biology, biochemistry and molecular genetics. Studying at the cellular level Classified in the field of cytology And at the tissue level Classified in the field of physiology Anatomy and histology, the branch of embryology, is the study of the growth and development of the embryo of living organisms.

The field of genetics is the study of the genetic transfer of an organism from one generation to another. The branch of behavioral science is the study of the behavior of living groups. The Department of Population Genetics is the study of genetics at the population level of living organisms. Study of the relationship between one organism and another. And between living things and habitats It is classified in the field of ecology and evolutionary biology.

Another principle of the common feature is All living things Apart from the viral cell Made up of cells They also have similar growth processes. For example, most elite organisms have similar primary embryos. And have similar genes as well It must be the same type of living organisms to be able to mix.

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

สงครามครูเสด

สงครามครูเสด เป็นชุดของการต่อสู้ทางศาสนานอกประเทศ ถวายโดย Pope Urban II และคริสตจักรคาทอลิก มีเป้าหมายที่ระบุไว้ในการฟื้นฟูการเข้าถึงศักดิ์สิทธิ์ของคริสเตียนทั้งในและใกล้เยรูซาเล็ม เยรูซาเล็มเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์และเป็นสัญลักษณ์ของอับราฮัมสามหลัก (ศาสนายิวคริสต์และอิสลาม)

ความเป็นมาสงครามครูเสดเกิดขึ้นเมื่อ Seljuk Turks มีชัยชนะอย่างเด็ดขาดเหนือกองทัพไบแซนไทน์ในปี 1071 และตัดขาดการเข้าถึงเยรูซาเล็มของชาวคริสต์ จักรพรรดิไบแซนไทน์อเล็กซิสฉันกลัวว่าเอเชียไมเนอร์ทั้งหมดจะถูกรุกราน พระองค์จึงเรียกร้องให้ผู้นำคริสเตียนตะวันตกและพระสันตปาปาเข้ามาช่วยเหลือโดยไปแสวงบุญหรือทำสงครามทางศาสนาเพื่อปลดปล่อยเยรูซาเล็มจากการปกครองของชาวมุสลิม

อีกสาเหตุหนึ่งคือการทำลายสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคริสเตียนหลายแห่งและการข่มเหงคริสเตียนภายใต้อัลฮาคิม กาลิปราชวงศ์ฟาติมียะห์

สงครามครูเสดประกอบด้วยหน่วยทหารโรมันคา ธ อลิกจากทั่วยุโรปตะวันตก และไม่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาร่วมกันสงครามครูเสดหลักโดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นมุสลิมในเลแวนต์เกิดขึ้นระหว่างปี 1095 ถึง 1291 นักประวัติศาสตร์ให้ตัวเลขสงครามครูเสดก่อนหน้านี้มาก หลังจากประสบความสำเร็จในช่วงแรก

สงครามครูเสดครั้งหลังล้มเหลว และสงครามครูเสดถูกบังคับให้กลับบ้าน ทหารหลายแสนคนกลายเป็นสงครามครูเสดโดยการสาบาน สมเด็จพระสันตะปาปาให้การไถ่บาปโดยสมบูรณ์ สำหรับทหารเหล่านั้นสัญลักษณ์ของนักรบเหล่านี้คือไม้กางเขน คำว่า “สงครามครูเสด” มาจากภาษาฝรั่งเศสหมายถึงไม้กางเขนที่ยกขึ้น ทหารจำนวนมากมาจากฝรั่งเศสและเรียกตัวเองว่า “แฟรงค์” ซึ่งกลายเป็นคำสามัญของชาวมุสลิม

สงครามครูเสด

The Crusade is a collection of religious battles outside the country dedicated by Pope Urban II and the Catholic Church. It has a stated goal of restoring the holy reach of Christians in and near Jerusalem. Jerusalem was the holy city and the three main symbols of Abraham. (Judaism, Christianity, and Islam)

Background Crusade occurred when Seljuk Turks triumphed decisively over the Byzantine army in 1071 and cut off Christians’ access to Jerusalem. Byzantine Emperor Alexis, I fear that all Asia Minor will be invaded. He therefore called on the Western Christian leaders and the Pope to help by going on a pilgrimage or religious war to free Jerusalem from Muslim rule.

Another cause is the destruction of many Christian holy sites and the persecution of Christians under Al-Hakim. Galip, Fatimiya dynasty.

The Crusade consists of Roman Catholic units from all over Western Europe. The main crusade, especially the Levant, took place between 1095 and 1291. Historians give much earlier crusade numbers. After the first successes.

The latter crusade fails. And the crusade was forced to return home. Hundreds of thousands of soldiers turned into a crusade by oath. The pope offers complete redemption. For those soldiers, the symbol of these warriors was the cross. The word “crusade” comes from the French meaning a cross raised. Many soldiers come from France and call themselves “Frank”, which has become a common Muslim word.

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google