ประวัติของสี

ประวัติของสี เริ่มทำในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในยุโรปโดยคนก่อนประวัติศาสตร์ในยุคหินตอนปลาย (ประมาณ 25000-30000 ปี) ชื่อเสียงในยุคนี้พบในฝรั่งเศสและสเปนในประเทศไทยกรมศิลปากรพบภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์บนผนังถ้ำและเพิงหินในสถานที่ต่างๆมีอายุระหว่าง 1,500-4,000 ปียุคหินใหม่

และยุคโลหะ ถูกค้นพบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2465 โดยพบครั้งแรกบนผนังถ้ำในอ่าวพังงาต่อมามีการค้นพบใหม่ซึ่งมีอยู่ทั่วไปเช่นจังหวัดกาญจนบุรีอุทัยธานีเป็นต้น

มีหลายสีที่แตกต่างกัน ที่มาของสีและวิธีการผสมตลอดจนความรู้สึกที่มีต่อสีของมนุษย์แต่ละกลุ่มนั้นไม่เหมือนกันและสีที่ปรากฏนั้นเกิดจากสีหลักในลักษณะที่แตกต่างกันไปตามประเภทของสี

สีหลักขององค์ประกอบหมายถึง “วัตถุที่มีสี” สามารถระบายย้อมและผสมได้เนื่องจากมีพื้นผิวและสีเหมือนกัน เรียกอีกอย่างว่าสีหลักของจิตรกรสีต่างๆจะมีอีกมากมาย ด้วยการผสมผสานระหว่างสีหลักซึ่งมีให้เลือก 3 สีด้วยกัน ได้แก่

  1. สีน้ำเงิน (PRUSSIAN BLUE)
  2. สีแดง (CRIMSON LEKE)
  3. สีเหลือง (GAMBOGE TINT)

ประวัติของสี

It began in prehistoric times in Europe by prehistoric peoples in the Late Stone Age (approximately 25000-30000 years). The reputation of this era was found in France and Spain. In Thailand, the Fine Arts Department found prehistoric paintings on the walls of caves and sheds. The rocks in various locations were between 1,500-4,000 years old and the Neolithic.

and the metal age It was discovered since 1922, it was first found on the wall of a cave in Phang Nga Bay, later new discoveries that are common, such as Kanchanaburi, Uthai Thani, etc.

Many different colors are available. The origin of colors and their mixing methods, as well as how they perceive the colors of each group of humans, are not the same, and their appearance is caused by primary colors in a way that differs depending on the type of color. The element’s primary color means “Colored objects” can be colored, dyed and blended because they have the same texture and color. Also known as the main painter color, there will be many more colors. With a combination of the main colors which are available in 3 colors:

  1. Blue (PRUSSIAN BLUE)
  2. Red (CRIMSON LEKE)
  3. Yellow (GAMBOGE TINT)

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

จังหวัดสมุทรสาคร

จังหวัดสมุทรสาคร เป็นจังหวัดชายฝั่งทะเล ตั้งอยู่ปากแม่น้ำท่าจีน. หลักฐานทางประวัติศาสตร์กล่าวว่าในสมัยอยุธยาสมุทรสาครเดิมเป็นชุมชนใหญ่ที่ชาวจีนนำเรือสำเภามาเทียบท่าค้าขายค้าขายและอาศัยอยู่มากจึงเรียกว่าบ้านท่าจีนตั้งอยู่บริเวณปากอ่าวไทย

สมัยพระมหาจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ. 2099) โปรดให้ยกบ้านท่าจีนเป็นเมืองสกลนครให้เป็นเมืองระดมพลในช่วงสงครามและเป็นเมืองหน้าด่านในการป้องกันผู้รุกรานทางทะเล

ในสมัยรัตนโกสินทร์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงปฏิญาณว่าจะเปลี่ยนชื่อเมืองสกลนครเป็นสมุทรสาคร ต่อมาในปี พ.ศ. 2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) มีพระราชดำริให้ปฏิรูปการปกครองส่วนภูมิภาคเป็นมณฑลเทศาภิบาล และทรงมีพระราชดำริที่จะสร้างความเจริญให้กับท้องถิ่น

ใช้แบบสุขภัณฑ์และเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2448 พ.ศ. 2448 ถือได้ว่าเป็นสถานที่สุขาภิบาลแห่งแรกในประเทศไทย ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) (พ.ศ. 2456)

โปรดเกล้าฯให้รัฐบาลเปลี่ยนคำว่า “เมือง” เป็น “จังหวัด” ทั่วราชอาณาจักร “เมืองสมุทรสาคร” ได้เปลี่ยนเป็นจังหวัดสมุทรสาครจนถึงปัจจุบัน

จังหวัดสมุทรสาคร

จังหวัดสมุทรสาคร

Samut Sakhon Province is a coastal province. Located at the mouth of the Tha Chin River. Historical evidence says that during the Ayutthaya period, Samut Sakhon was originally a large community where the Chinese people brought junk boats to their trading ports and lived a lot, so they called Ban Tha Chin, located at the mouth of the Thai estuary.

In the reign of the Great Emperor of Ayudhya (AD 2099), Ban Tha Chin was a city Sakon Nakhon to be a city for mobilization during the war and as a front-line city to protect against marine invaders.

In the Rattanakosin period, King Rama IV (Rama IV) vowed to change the name of Sakon Nakhon to Samut Sakhon. Ratchadamri to reform the provincial administration to be the province of Thapiban. And His Majesty has a royal initiative to create prosperity in the local area.

Used as sanitary ware and on March 18, 1905, 1905 it was considered the first sanitary facility in Thailand. Later in the reign of King Rama VI (King Rama VI) (1913)

Please the government to change the word “city” to “province” throughout the kingdom. “Muang Samut Sakhon” has changed to Samut Sakhon province until now.

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

แผนที่ฝรั่งโบราณ

แผนที่ฝรั่งโบราณ หากเอ่ยชื่ออังกฤษในประวัติศาสตร์เราคงนึกถึง Bowring (เซอร์จอห์นโบว์ริง) หรือแหม่มแอนนา (Anna Leonowens) และถ้าเป็นแผนที่อังกฤษ เราอาจนึกถึงแผนที่สยามขนาดใหญ่ในหอจดหมายเหตุ Crawfurd (John Crawfurd, 1828) หรือแผนที่สยามโดย McCarthy (James McCarthy, 1888) ทั้ง Bowring และ Anna Crafford และ McCarthy ต่างก็เป็น “คนดี” ที่เข้ามาในสมัยรัตนโกสินทร์ น้อยคนนักที่จะรู้จักไวท์ (Samuel White)

หรือมอร์เดน (โรเบิร์ตมอร์เดน) พ่อค้าและช่างทำแผนที่ชาวอังกฤษสมัยอยุธยาก็ไม่แปลกเพราะในเวลานั้นอังกฤษแทบไม่มีบทบาท ชาวต่างชาติที่เข้ามามีบทบาทและดึงดูด ได้แก่ โปรตุเกสฝรั่งเศสดัตช์และญี่ปุ่นเป็นต้น

ฉันเคยให้ข้อมูลในหนังสือเล่มหนึ่ง “ องค์ประกอบแผนที่: ประวัติศาสตร์ – ภูมิศาสตร์ – การเมือง” (กรุงเทพฯ: 2555) ว่าแผนที่สยามฉบับแรกของอังกฤษเขียนโดยมอร์เดน (Robert Morden,“ A New Map of India beyond Ganges”) เผยแพร่ในลอนดอน, 1680/2223 ฉันมี ยืนยันข้อมูลนี้เสมอ จนกระทั่งฉันค้นพบแผนที่นี้

นี่คือคาบสมุทรอินเดียในแม่น้ำคงคา (ขนาด 93 x 55 มม.) จากหนังสือ Atlas Minimus หรือหนังสือภูมิศาสตร์ที่แสดงถึงจักรวรรดิราชาธิปไตยราชอาณาจักรภูมิภาคการปกครองหลักและประเทศต่างๆทั่วโลก John Seller พิมพ์ในลอนดอนราว พ.ศ. 1678-9 / ค.ศ. 2221-2 ตรงกับสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชหรือเมื่อ 1-2 ปีที่แล้ว แผนที่โดยมอร์เดน

แผนที่ฝรั่งโบราณ

If you mention the British name in history, you might think of Bowring (Sir John Bowring) or Madam Anna (Anna Leonowens). We might think of the large Siam map in the Crawfurd Archives (John Crawfurd, 1828) or the Siam Map by McCarthy (James McCarthy, 1888). Few people know White (Samuel White).

or Morden (Robert Morden) British merchant and cartographer during the Ayutthaya period, it was not strange because at that time England had little role. Foreigners who come to play a role and attract are Portuguese, French, Dutch and Japanese, etc.

I previously provided information in a book “Map Elements: History – Geography – Politics” (Bangkok: 2012) that the first English map of Siam was written by Morden (Robert Morden, “A New Map of India beyond Ganges. Published in London, 1680/2223 I have always verified this information. Until I found this map.

This is the Indian Peninsula in the Ganges (93 x 55 mm) from Atlas Minimus, or the geography book of empires, monarchies, kingdoms, regions, main rulings and countries around the world. London, around 1678-9 / 1721-2, coinciding with King Narai the Great, or 1-2 years ago, a map by Morden.

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

กษัตริย์มาจากไหน

กษัตริย์มาจากไหน วรรณะพราหมณ์ถือเป็นวรรณะสูงสุดเพราะถือว่าพราหมณ์เกิดจากพรหม หลักการของศาสนาพราหมณ์มุ่งเน้นไปที่การบูชาเทพเจ้าที่พวกเขานับถือ เชื่อกันว่าเทพเจ้าสามารถโปรดและทำให้หายนะหรือโรคระบาดหายไปได้ และมีความอดทนที่จะทนทุกข์โดยไม่ได้รับการปรับปรุงใด ๆ เพราะถือว่าเป็นกรรมหรือชะตากรรมของตัวเอง

ศาสนาฮินดูจะมีพราหมณ์ เป็นการผูกขาดและสอนและจะมีการศึกษาพระเวทหรือการศึกษาพระเวทหากใครสำเร็จการศึกษาแล้วจะถือว่าดีมาก ผู้สำเร็จพระเวทจะสามารถทำพิธีและสร้างรายได้ที่ดี ถ้าใครจะให้ญาติผู้ล่วงลับไปสวรรค์เขาจะต้องนำทรัพย์สินหรือของมีค่าจำนวนมากไปให้พราหมณ์ เพื่อให้พราหมณ์ได้สวดส่งวิญญาณของญาตินั้นไปสู่สวรรค์

ศาสนาพราหมณ์ให้ความสำคัญกับพิธีกรรมมาก ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตายโดยมีรูปแบบที่ละเอียดเชื่อกันว่าหากทำพิธีกรรมอย่างถูกต้องครบถ้วนก็จะมีผลโดยอัตโนมัติที่แม้แต่เทวดาก็ไม่สามารถป้องกันได้

ประเทศไทยถูกปกครองด้วยระบบศักดินามานานหลายร้อยปี เจ้าศักดินาจะครองบ้านครองเมือง เพื่อตั้งตัวเป็นเจ้าของที่ดินทั้งหมดแม้ว่าเขาจะไม่เคยทำงานหนักเพื่อถางป่าและฟาร์มก็มีอำนาจในการปกครองชีวิตของคนในประเทศ ในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร

ซึ่งชื่อเหล่านี้บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ของท้องฟ้าในตัวเองข้าราชบริพารและไพร่ฟ้าประชาชนต้องทำมาหากินเป็นชาวนา ไม่มีใครเป็นอิสระต้องเป็นเจ้าของที่ดินติดกับที่ดินของขุนนางศักดินาชายสามัญปีหนึ่งอายุ 18 ปีถึง 6 เดือนต้องมีสิทธิ์ได้รับแรงงานกล่าวคือเข้าเดือนเว้นเดือนโดยไม่ต้องจ่ายแม้แต่สตางค์แดงเดียว ยังต้องเอาข้าวมากินเอง

ทุกคนต้องเป็นคนรับใช้ออกศึกจะไปทำอะไรก็ได้ แม้จะตายตามที่เจ้าศักดินาสั่งคุณต้องทำเช่นนี้จนถึงอายุ 60 ปีจึงจะเป็นอิสระหรือเป็นไท ผู้คนจะมีชีวิตและตายขึ้นอยู่กับคำสั่งของเจ้านายของพวกเขา ถ้าเจ้าศักดินามอบที่ดินให้ใครสักคนคนที่ติดอยู่กับที่ดินนั้นจะต้องขึ้นไปหาเจ้าศักดินาคนใหม่ทันที

กษัตริย์มาจากไหน

Brahmin caste is the highest caste because Brahmin is considered to be born of Brahma. The principles of Brahmanism focus on the worship of the gods they revere. It was believed that the gods could please and wreak havoc or the plague. And have the patience to suffer without any improvement as it is your own karma or destiny.

Hinduism has Brahmin. It is a monopoly and teach, and there will be a study of Vedas or Vedas education, if anyone has graduated, it will be considered very good. The Vedas will be able to perform ceremonies and make good money. If someone was to give the deceased relative to heaven, he would have to bring a great amount of possessions or valuables to the Brahmin. In order for the Brahman to pray to send that relative’s soul to heaven.

Brahminism places great emphasis on rituals. It is believed that if the ritual is performed correctly and completely, it will automatically have consequences that even angels cannot prevent.

Thailand has been ruled by a feudal system for hundreds of years. The feudal lord will rule the house in the city. To establish ownership of all the land, although he never worked hard to clear forests and farms had the power to rule the lives of the people of the country. In the Name of His Majesty King Bhumibol Adulyadej

These names indicate the greatness of the sky in itself, the vassal and the people, must make a living as a farmer. No one is independent, must own the land adjacent to the land of a feudal lords.

Everyone must be a servant. They can go out and do anything. Even dying as the feudal lord ordered, you

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

ประวัติศาสตร์สอนอะไร

ประวัติศาสตร์สอนอะไร ผีกระทิงหรือผีนางด้วงเป็นการเล่นเพื่อความสนุกสนาน ค้นหาของที่หายไปโดยการถ่มน้ำลาย (เหล้า, น้ำมันใส่ผม, พัฟเช็ดหน้า, น้ำลายไทย, น้ำหอมต่างๆ) เพื่อสังเวยคนสุดท้ายเป็นรูปคนที่เป็นผู้ชายจับขอบเบลล์ให้ขยายตรงกลางวงกลมโดยมีพี่เลี้ยง 1 คน

คนอื่น ๆ ยืนล้อมวงกันถือธูปเชิญผีและร้องเพลง Kra Beetles ในเวลาเดียวกัน เมื่อพวกเขาหยุดเล่นพวกเขาดึงด้วงออกจากมือผีก็จะออกไป ถ้าเล่นตามหาของหายผีจะพาศูนย์เดินหรือวิ่งไปหาของหายและสามารถช่วยตามหาของได้

เตรียมบ้วนน้ำลาย (เหล้าน้ำมันโพเมดแป้งหน้าน้ำอบไทยน้ำหอมหวีกระจก) เพื่อสักการะท่าน วงกลมที่มีพี่เลี้ยงอีกคนยืนเป็นวงกลมงานเลี้ยงถือธูปเชิญผีและร้องเพลง Kra Beetles ในเวลาเดียวกัน

มาถึงการเต้นรำเมื่อพวกเขาหยุดเล่นฉันสอนประวัติศาสตร์ก่อนที่ฉันจะเข้าชั้นเรียนประวัติศาสตร์ ฉันเข้าสู่แวดวงวิชาการในมหาวิทยาลัยในสถานการณ์ที่ผิดปกติมากในปี พ.ศ. 2518 เนื่องจากเหตุสุดวิสัย เนื่องจากนิตยสาร Social science review ในฐานะผู้ช่วยบรรณาธิการฉันถูกยกเลิกดังนั้นฉันจึงตกงานเมื่ออาจารย์อาวุโสคนหนึ่งเชิญให้ฉันไปเป็นวิทยากรในภาควิชาประวัติศาสตร์ ฉันตกลงรับคำเชิญโดยไม่ต้องกังวลว่าภูมิหลังและความถนัดของฉันคือรัฐศาสตร์

โดยที่ฉันไม่ต้องเสียเวลาคิดว่าจะสอนประวัติศาสตร์หรือไม่ฉันต้องพูดถึงบรรยากาศทางวิชาการในเวลานั้นซึ่งมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของฉันอย่างมากด้านหนึ่งคือความกระตือรือร้นและแรงบันดาลใจในการผลิตผลงานเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยและอื่น ๆ โดยเฉพาะในสถาบันอุดมศึกษา อีกด้านหนึ่งคือการวิพากษ์วิจารณ์และชี้แนะแนวทางที่นักวิชาการควรจะไปทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากพลังและการเคลื่อนไหวทางการเมืองของขบวนการนักศึกษาและประชาชนตั้งแต่กรณี 14 ตุลาคม 2516

ในเวลานั้นการพูดถึงนักวิชาการว่ามีความเป็นกลางและมีสถานะเหมือนอยู่เหนือการเมืองได้รับการวิพากษ์วิจารณ์และวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในทางทฤษฎีและในทางปฏิบัติที่ก้าวหน้า จนเขาไม่สามารถยืนหยัดในทิศทางที่ถูกต้องได้อีกต่อไปสถานการณ์ในเวลานั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับประเทศและระดับโลก มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลต่อประชาชน

อำนาจและอิทธิพลของประเทศมหาอำนาจของสหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียตถูกโจมตีถอยและล่มสลาย ก่อนหน้าเราคือการเติบโตและเข้มแข็งของขบวนการปฏิวัติของประชาชนาดึงด้วงออกจากมือผีจะออกไป ถ้าเล่นตามหาของหายผีกระแตจะเดินหรือวิ่งไปหาของหายเพื่อช่วยคุณหาของ

ประวัติศาสตร์สอนอะไร

Ghost Bull or Ghost Nang Duang is a play for fun. Find the missing items by spitting (liquor, pomade, facial puff, Thai saliva, various perfumes) to sacrifice the last person as a male figure.Hold the edge of Bell in the center of the circle with 1 nanny.

Others stand in circle holding incense, inviting ghosts, and singing Kra Beetles at the same time. When they stop playing, they pull the beetle from the hand, the ghost will leave. If you play in looking for lost items, the ghost will walk the center or run to find the lost item and can help you find the item.

Prepare to spit. (Liqueur, pomade oil, face powder, Thai sage, perfume, comb, mirror) to worship him The circle of another mentor stood in a circle.The feast held incense, invited ghosts and sang Kra Beetles at the same time.

Come to the dance when they stop playing. I teach history before I go to history class. I entered the academic circle in the university in a very unusual situation in 1975 due to force majeure. Because of the Social science magazine review as an editorial assistant

Without wasting my time thinking about teaching history or not, I have to mention the academic atmosphere at the time, which greatly influenced my decision. Produce works on Thai history and others, especially in higher education institutions On the other hand

At that time, mention of academics as being neutral and having a status as it transcend politics was criticized and criticized, both theoretically and in progressive practice.

Power and influence of the great powers of the United States. And the Soviet Union was attacked, backed up and collapsed. Before us is the growth and strength of Prachachana

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

สงครามกลางเมืองอเมริกา

สงครามกลางเมืองอเมริกา อเมริกันเป็นสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ระหว่างปีพ. ศ. 2404 ถึงปีพ. ศ. 2408 สาเหตุของการสู้รบมาจากข้อโต้แย้งที่ยาวนานเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของทาส ระหว่างพรรคชาตินิยมซึ่งให้คำมั่นว่าจะจงรักภักดีต่อรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา.

สำหรับผู้แบ่งแยกดินแดนถือเป็นสหพันธ์ที่สนับสนุนสิทธิของรัฐในการรักษาความเป็นทาสของอีกฝ่าย

ในบรรดารัฐ 34 รัฐของสหรัฐอเมริกาในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2404 รัฐทาส 7 รัฐทางตอนใต้ของประเทศได้ประกาศแยกตัวเป็นเอกราชจากสหรัฐอเมริกาให้กลายเป็นรัฐสมาพันธรัฐอเมริกาหรือ “ทางใต้” สมาพันธรัฐขยายตัวเป็น 11 รัฐโดยรัฐบาลสหรัฐฯไม่เคยให้การยอมรับทางการทูตแก่สมาพันธรัฐ เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ

(แม้แต่สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสก็ให้สถานะสงครามสองฝ่ายแก่สมาพันธรัฐ). รัฐที่ยังคงภักดีต่อสหรัฐอเมริกาจะเรียกว่า “สหภาพ” หรือ “เหนือ” รวมถึงรัฐชายแดนที่ถือว่าทาสเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายด้วย

สงครามเริ่มขึ้นในวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2404 เมื่อกองทัพสัมพันธมิตรโจมตีสถานประกอบการทางทหารของสหรัฐที่ฟอร์ตซัมเตอร์ในเซาท์แคโรไลนา ประธานาธิบดีลินคอล์นตอบโต้ด้วยการเรียกร้องให้มีการระดมอาสาสมัครจากแต่ละรัฐ จนเกิดกระแสชาตินิยมในภาคเหนือในชั่วข้ามคืน

สงครามกลางเมืองอเมริกา


The American Civil War is a civil war that occurred in the United States between 1861 and 1865. Between the Nationalist Party pledging loyalty to the United States Constitution.

For separatists, it is a federation that upholds the right of states to maintain slavery of the other.

Among the 34 states of the United States, in February 1861, the 7 slave states in the southern part of the country proclaimed independence from the United States to become the Confederate States of America, or “the South.” 11 states by the US government have never been diplomatic to the Confederacy. The same is true for other countries.

(Even the United Kingdom and France give the Confederacy a bilateral war status). States that remain loyal to the United States are referred to as “Union” or “North,” including border states that consider slavery to be legal.

The war began on April 12, 1861, when the Allied forces attacked a US military establishment at Fort Sumter in South Carolina. President Lincoln responded by calling for the mobilization of volunteers from each state. Until overnight nationalism emerged in the northern region.

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

ประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงได้

ประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงได้ ประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงได้ประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงได้ประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงได้คนอดีตผ่านไปแล้วและเกี่ยวข้องกับชีวิตในปัจจุบันอย่างไร? ความเคลื่อนไหวต่างๆของโลกและของไทยในย่อหน้าถัดไปอาจชี้ให้เห็นว่าประวัติศาสตร์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวเก่าแก่ที่ถูกแช่แข็งในอดีต แต่เปลี่ยนย้ายรื้อสร้างตีความขยายและร่วมสมัยกับโลกปัจจุบันเสมอ

ทำไมประวัติศาสตร์ถึงเปลี่ยนไป: เมื่อความจริงไม่ใช่แค่หนึ่งเดียว
เป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไปว่าการศึกษาประวัติศาสตร์อยู่บนพื้นฐานของความรู้เกี่ยวกับมนุษย์และเหตุการณ์ในอดีตการสืบหา “ความจริง” หรือ “ข้อเท็จจริง” ของเหตุการณ์ในอดีต นั่นเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งของนักประวัติศาสตร์ แต่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์หรือข้อเท็จจริงที่นักประวัติศาสตร์ให้ความสำคัญมีคุณลักษณะพิเศษประการหนึ่ง: Disputable Fact ธงชัยวินิจกุล

ได้ให้คำอธิบายในประเด็นนี้ว่าข้อเท็จจริงที่เถียงไม่ได้ (Indisputable Fact) มักไม่ได้มีความหมายมากนักสำหรับการศึกษาประวัติศาสตร์ ตัวอย่างเช่นแก้วที่มีหูข้างเดียวเป็นเรื่องจริงที่เถียงไม่ได้ แต่ถ้าคนเริ่มอธิบายแว่นมีหูกับคนที่นั่งคนละฝั่งพูดถึงแก้วนี้ต่างกันมีคนหนึ่งบอกว่าแก้วมีหูอยู่ทางขวาอีกคนบอกว่าแก้วมีหูอยู่ทางซ้าย

คำอธิบายที่เพิ่มมากขึ้นของแก้วทำให้แก้วที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเรื่องจริงที่เถียงไม่ได้ เริ่มโต้เถียงและมีความหมายดังนั้นข้อเท็จจริงเดียวกัน. เมื่อมองในมุมที่แตกต่างกันอาจตีความได้แตกต่างกันและความหมายจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราเพิ่มคำอธิบายเพิ่มเติมเข้าไปในข้อเท็จจริงทำให้เกิดข้อเท็จจริงใหม่ ๆ มากมายตามมุมมองและบริบทที่ต่างกัน

ประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงได้ เมื่อเราดูประวัติศาสตร์ภายใต้แนวคิดที่ว่าความจริงทางประวัติศาสตร์อาจมีหลายชุดเช่นนี้เราจะเห็นว่าธรรมชาติของประวัติศาสตร์ที่นักประวัติศาสตร์ให้ความสำคัญคือชุดของความจริงที่สามารถตีความขยายและแก้ไขได้

Number of years, long roster of important people, who, what, where and how. How are historical “facts” boring to many of the past and how are they related to present life? The world and Thai movements in the next paragraphs may point out that history is not just an ancient story that has been frozen in the past. But always change, move, dismantle, construct, interpret, expand and contemporary with today’s world.


Why History Has Changed: When Truth Isn’t Just One
It is generally understood that the study of history is based on knowledge of humans and past events. “Facts” of past events That is one of the duties of a historian. But historical facts or facts that historians value have one special feature: Disputable Fact Thongchai Vinijkul.

This point describes the fact that the facts are indisputable. (Indisputable Fact) often does not make much sense in the study of history. For example, a single-eared mug is an indisputable fact. But if people start explaining the glasses with ears and people sitting on different sides refer to this mug differently, one said the glasses had ears on the right, the other said the glasses had ears on the left.

This growing description of glass makes glass that was once indisputable. Began to argue and have meaning, therefore, the same facts. When viewed from different angles, it can be interpreted differently, and the meaning will only arise as we add additional explanations to the facts, creating many new facts of different perspectives and contexts.

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

ประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

ประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งหรือปราสาทหินพนมรุ้งเป็นปราสาทหินแห่งหนึ่งในกลุ่มราชมรรคา เป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่บนเขาพนมรุ้งตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ต. เทปกาวอ. เฉลิมพระเกียรติห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ลงไปทางทิศใต้ประมาณ 77 กิโลเมตรประกอบด้วยโบราณสถานที่สำคัญ

ซึ่งตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับแล้วสูงประมาณ 200 เมตรจากพื้นราบ (สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 350 เมตร) คำว่าพนมรุ้งมาจากภาษาเขมรคำว่าน้ำรุ้งหมายถึงภูเขาลูกใหญ่ ในอ. เฉลิมพระเกียรติจ. บุรีรัมย์สร้างด้วยศิลปะขอมโบราณที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่ง ความงดงามและยิ่งใหญ่ของปราสาทแห่งนี้สามารถมองเห็นได้ในรูปแบบของสถาปัตยกรรม

การจำหลักลวดลายการเลือกตำแหน่งบนยอดเขามีแผนผังตามแนวแกนองค์ประกอบของอาคารที่เรียงกันเป็นเส้นตรงมุ่งตรงไปที่ศูนย์กลางคือปราสาทหลักจากการก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่นี้มันเป็นอย่างยิ่ง สงสัยและประหลาดใจที่คนโบราณสร้างปราสาทหลัง สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ปัจจุบันปราสาทหินพนมรุ้งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก เช่นเดียวกับปราสาทหินในกลุ่มราชมรรคาปราสาทหินพนมรุ้งเป็นปราสาทขอมไทยที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่ง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์และเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ รวมถึงภาพพื้นหลังที่เป็นสัญลักษณ์ของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ดอีกด้วย

ประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

ประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

Phanom Rung Historical Park or Prasat Hin Phanom Rung is one of the Rachamankha groups. It is an archaeological site located on Khao Phanom Rung, located at Moo 2, Tep Kao Subdistrict, Chalerm Prakiat District, approximately 77 kilometers south of Buriram city, consisting of important archaeological sites.

It sits atop an extinct volcano about 200 meters above the flat. (Approximately 350 meters above sea level) The word Phanomrung comes from the Khmer language, the word Namrung means a big mountain in Chalerm Phra Kiat District, Chiang Mai Province. Buriram is built with one of the most beautiful ancient Khmer art. The beauty and grandeur of this castle can be seen in its architectural form.

The etch of the hilltop position selection pattern has an axial plot, the elements of the buildings arranged in a straight line towards the center are the main castle. From this great construction it is very much. Wondering and amazed at the ancient people building the castle after How did this happen?

Prasat Hin Phanom Rung is now regarded as a World Heritage Site. Like Prasat Hin in the Rachamankha group, Prasat Hin Phanom Rung is one of the most famous Thai Khmer castles. It is one of the important tourist attractions of Buriram Province and is an important symbol of Buriram Province. Including the iconic background pictures of Buriram United Football Club.

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

แม่น้ำสองสี

แม่น้ำสองสี หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดอุบลราชธานี มีแม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน ความคมชัดของสีน้ำของแม่น้ำสองสายคือแม่น้ำมูลที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนฤดูน้ำหลากจะมองเห็นแม่น้ำ 2 สายไหลมาบรรจบกันเป็น 2 สีอย่างชัดเจนประชาชนที่อยู่ริมฝั่งคนเรียกกันว่า“ มะนาวแป้นรำไพ”

นอกจากจะได้ชมความมหัศจรรย์ของแม่น้ำสองสีแล้วคุณยังสามารถล่องเรือไปตามแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขงเพื่อชมทิวทัศน์ของธรรมชาติและผู้คนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำ

สองสีเกิดขึ้นในพื้นที่ ดอนด่านปากแม่น้ำมูลบ้านเวินบักต. โขงเจียมอ. โขงเจียมจ. อุบลราชธานีแม่น้ำมูลสีฟ้าไหลรวมกับแม่น้ำโขงซึ่งมีสีขุ่นและขุ่น เกิดเป็นแม่น้ำโขงที่มีสีน้ำ 2 สีก่อนจะค่อยๆรวมกันและกลายเป็นสีเดียวกันจุดที่สามารถชมได้แม่น้ำสองสีคือทางลาดริมฝั่งหน้าวัดโขงเจียม

และที่หมู่บ้านห้วยหมากเป็ดสามารถนั่งเรือ โดยจอดรถที่ท่าเรือแม่น้ำโขงอำเภอโขงเจียมจากนั้นนั่งเรือชมความงามของแม่น้ำสองสีจากจุดชมวิวทั้งสองแห่งนอกจากแม่น้ำสองสีแล้ว และยังมีสถานที่ที่น่าสนใจในบริเวณนี้เช่นร้านอาหารที่ให้บริการปลาสดที่จับได้จากแม่น้ำมูล

และแม่น้ำโขงหรือข้ามไปยังตลาดในประเทศเพื่อนบ้านเช่นสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเที่ยวตลาดเช้าในตำบลคมเจียม ไปดูน้ำตกปากมูลเขื่อนเหวสินจัยและถ้ำวัดถ้ำคูหาสวรรค์และท่าปลาริมโขง

แม่น้ำสองสี

Two Colors River, one of the attractions of Ubon Ratchathani Province. There are two rivers that flow together. The contrast of the water color of the two rivers is the Mun River that flows into the Mekong River. Especially during the rainy season, the floods can clearly see two rivers converging in two colors. People on the banks of the people are called “Manao Pan Rampai”.

In addition to seeing the wonders of the two-colored rivers, you can also cruise along Mun and Mekong rivers to take in the views of nature and the people that live on both sides of the river.

Two colors occur in space. Don Dan at the mouth of the Mun River, Ban Wen Bak, Khong Chiam, Khong Chiam District, Ubon Ratchathani Province The blue river flows together with the Mekong River, which is cloudy and cloudy. The two colors of the Mekong River are formed before they are gradually merged into one color. The two-colored rivers can be viewed as a slope on the banks of Wat Khong Chiam.

And at the village of Huay Mak Ped, you can take a boat. By parking at the Mekong River Pier, Khong Chiam District, then take a boat to admire the beauty of the two-colored river from both viewpoints. And there are also places of interest in the area, such as a restaurant serving fresh fish caught in the Mun River.

And the Mekong River or cross to a market in neighboring countries such as the Lao People’s Democratic Republic. Visit the morning market in Tambon Khom Chiam. Go see Pak Mun Waterfall, Haew Sin Chai Dam and Tham Khuha Sawan Cave and Tha Pla Rim Khong.

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้

พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ Chaveti หรือ Shwe Thi He เป็นกษัตริย์พม่ารัชกาลที่ 2 ในราชวงศ์ Taungoo เป็นบุตรชายคนเดียวของ King Meng Jiyo ซึ่งเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ Taungoo

ตามที่มหาราชวงศ์พงศาวดารพม่าระบุว่าเขาเกิดเมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2059 ที่เมืองตองอู ก่อนเกิดมีลางบอกเหตุที่ฝนปรากฏไฟลุกไหม้ โหรทำนายว่าเป็นลางมงคลลูกชายที่จะเกิดมาเป็นผู้มีพระคุณพระองค์ได้ขึ้นครองราชย์ต่อจากบิดาทั้งๆที่อายุไม่ถึง 20 ปีโดยมีนามว่า “ติ่งเจ้าที” (ภาษาไทยเรียกเพี้ยนเป็น “ชฎาเวช) “

นามมีความหมายว่าสุวรรณฤกษ์ชาติ – ร่มทอง) และขึ้นครองราชย์ต่อมาพระนามของพระองค์ได้เปลี่ยนเป็น “เม่งต๊ะยะฉือ” แปลว่า “พระมหาธรรมราชาฉัตรทอง” (เมงตยาเป็นที่มาของชื่อมังตราในนวนิยายเรื่องผู้ชนะสิบทิศ ) มีภรรยาสองคนชื่อขิ่นเมียวและขิ่นเผิงเสวี่ย ครองราชย์ระหว่างปี 2079-2093

เขาได้รับการกล่าวขานว่าเป็นกษัตริย์นักรบที่ยิ่งใหญ่ เพราะตลอดรัชสมัยของพระองค์พระองค์ทรงผจญกับสงครามมากมายก่อนที่จะขึ้นครองราชย์เมื่อปีที่ผ่านมาพระองค์ทรงประกอบพิธีเจาะหูซึ่งเป็นประเพณีของพม่ารวมทั้งพิธีสังคมไทยด้วย โดยเลือกทำพิธีที่เจดีย์ชเวมอดอว์ (พระธาตุมุเตา) กลางกรุงหงสาวดีของมอญโดยมีทหารคุ้มกันเพียง 500 นายโดยไม่เกรงกลัวทหารมอญนับหมื่นรายล้อม

จนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วและเมื่อพระองค์ได้ทรงทำสงครามแผ่อาณาจักรตองอูไปยังจังหวัดต่างๆเช่นหงสาวดีหมอตาม้าและเสด็จกลับหงสาวดี ราชาภิเษกเป็นเฮาสวัสดีในปี พ.ศ. 2088

พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้

God shouted. Chaveti or Shwe Thi He is the Burmese King. King Rama II in the Taungoo dynasty is the only son of King Meng Jiyo, the first king of the Taungoo dynasty.

According to the Great Family of Burma’s chronicle, he was born on April 16, 2016 in Taungoo. Before there was an omen that the rain appeared on fire. The astrologer predicted that it was auspicious for the son who would be born as a benefactor, who had ascended to the throne from his father despite the fact that he was less than 20 years old with the name “Ting Chao Thi” (in Thai language called “Chadawet)”.

The name means Suwan Roekchat – the golden umbrella) and ascended to the throne. Later, his name was changed to “Meng Ta Yachee” means “Phra Maha Thamracha Chatthong” (Meng Taya is the origin of the name Mangtra in the novel The Winner of Ten Directions) has two wives named Khin Miao and Khin. Pengxue Reign during the year 2079-2093

He is said to be a great warrior king. Because throughout his reign, he had many wars, before taking the throne last year, he performed an ear-piercing ceremony, a Burmese tradition, as well as a Thai society ceremony. By choosing to perform a ceremony at the Shwe Mawdaw Pagoda (Phra That Mutao) in the middle of Mon’s Hongsawadee, with only 500 soldiers escorting, without fear, tens of thousands of Mon soldiers.

Until it became famous all around, and when he waged war, spreading the Taungoo Kingdom to provinces such as Hongsawadee, the Doctor of Ma’s Eye, and returned to the Hongsawadee. Racha Phisek is Sawadee House in the year 2088.

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google