สุริยุปราคา

สุริยุปราคา หรือคราสเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ดวงจันทร์และโลกอยู่ในแนวเดียวกันโดยมีดวงจันทร์อยู่ตรงกลาง เกิดขึ้นเฉพาะวันที่ดวงจันทร์มีข้างขึ้นข้างแรม เมื่อสังเกตจากพื้นโลกจะเห็นดวงจันทร์เคลื่อนเข้ามาบดบังดวงอาทิตย์

ซึ่งอาจปกคลุมดวงอาทิตย์ทั้งหมดหรือบางส่วนในแต่ละปีอาจมีสุริยุปราคาอย่างน้อย 2 ครั้งบนโลกสูงสุด 5 ครั้งซึ่งอาจไม่มีสุริยุปราคาทั้งหมดแม้แต่ครั้งเดียว หรือมากที่สุดไม่เกิน 2 ครั้ง

โอกาสที่จะได้เห็นสุริยุปราคารวมสำหรับสถานที่เฉพาะบนโลกนั้นค่อนข้างยาก เนื่องจากสุริยุปราคาทั้งหมดแต่ละครั้งเกิดขึ้นในพื้นที่แคบ ๆ ภายในแถบเงาของดวงจันทร์เท่านั้น

สุริยุปราคา เต็มดวงถือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าตื่นตาที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้ชม หลายคนเดินทางไปยังดินแดนอันห่างไกลเพื่อสังเกตปรากฏการณ์ ปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงในปี 2542 ในยุโรปทำให้ประชาชนหันมาสนใจสุริยุปราคามากขึ้น

สังเกตได้จากจำนวนผู้ที่เดินทางไปสังเกตสุริยุปราคาวงแหวนปี 2548 และสุริยุปราคารวมปี 2549 สุริยุปราคารวมครั้งล่าสุดสุริยุปราคาวงแหวนวันที่ 26 มกราคม 2552 สุริยุปราคารวมในวันที่ 22 กรกฎาคม 2552 และสุริยุปราคาบางส่วน ในวันที่ 26 ธันวาคม 2562

สุริยุปราคา

สุริยุปราคา

A solar eclipse or eclipse is a natural phenomenon. Occurs when the Sun, Moon, and Earth are aligned with the Moon in the center. Occurs only when the moon has waning. When observed from the surface of the earth, the moon will be seen moving in and obscuring it.

This may cover all or part of the Sun. Each year there may be at least 2 eclipses on Earth, a maximum of five, and there may not be a single total. Or at most 2 times.

The opportunity to see a total solar eclipse for a specific place on Earth is quite difficult. This is because each total solar eclipse only occurs in a narrow space within the Moon’s shadow belt.

A total solar eclipse is a dazzling natural phenomenon that will impress any viewer. Many people travel to distant lands to observe the phenomenon. The 1999 total solar eclipse in Europe made the public more interested in the eclipse.

This can be observed from the number of people who traveled to observe the 2005 ring eclipse and the 2006 total eclipse, the last total eclipse, the 26 January 2009 total eclipse, the 22 July 2009 total eclipse, and the 26 total total solar eclipse on December 26, 2019.

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

ขอม

เขมร ขอม เดิมไม่ได้หมายถึงเขมรกลุ่มเดียวเพราะเขมรเป็นคำไทยหมายถึงเขมร คนเขมรไม่ได้เรียกตัวเองว่าเขมรและไม่รู้จักเขมร ปี พ.ศ. 1069 จากจารึกภาษาเขมรในศิลาจารึกซุกบักอำเภอปักธงชัยจังหวัดนครราชสีมา

ต่อมามีการตั้งกรุงศรีเมื่อ พ.ศ. 2436 และชื่อเขมรมีความหมายเปลี่ยนเป็นภาษาเขมรเท่านั้น สืบมาจนถึงทุกวันนี้ทำไมชื่อเขมรจึงเปลี่ยนความหมายเป็นภาษาเขมร ยังหาคำอธิบายที่ชัดเจนไม่ได้ แต่เมื่อจับเขาได้ว่าเพราะคนลุ่มน้ำเจ้าพระยานับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาททั้งหมดรวมทั้งละโว้เขมรยังมีฮินดูและพุทธมหายาน มีเขมรบ้างไหม

คำว่าขอมปรากฏในจารึกวัดศรีชุมจ. สุโขทัย 2 ฉบับระบุชื่อเขมรบาดาลลำพงษ์จิตรภูมิศักดิ์ ในฐานะนักวิชาการกลุ่มแรก ๆ ที่พยายามศึกษาและอธิบายคำใหม่นี้เขมรเสนอว่าเขมรไม่ได้หมายถึง เชื้อชาติหรือเผ่าพันธุ์ แต่หมายถึงกลุ่มคนที่รับวัฒนธรรมฮินดูจากชมพูทวีปและต่อมาเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน (ต่างจากคนไทย – ลาวที่นับถือผีก่อนที่จะเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาทจากจอมสุวนีย์) ใช้อักษรขอมในการเขียน กลุ่มนี้รวมถึงชนชาติเขมรและรัฐเครือญาติทั้งหมดรวมทั้งละโว้

ซึ่งต่อมากลายเป็นอโยธยาศรีรามเทพนครด้วยคำว่า “เขมร” ถูกใช้เรียกกลุ่มคนโดยรวม คล้ายกับการใช้คำว่า “แขก” โดยรวมเพื่อเรียกคนอิสลาม / ซิกข์ / ฮินดู โดยไม่แยกว่าเป็นอินเดียมลายูชวาหรือตะวันออกกลางจิตรยังอธิบายว่าคำเขมรใช้ในงานเขียนสมัยใหม่ (ในขณะนั้น) ด้วยความรู้สึกชาตินิยมมากกว่าข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์.

เช่นสมมติเขมรเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่แผ่อำนาจเข้ามาครอบครองดินแดนในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาจนกระทั่งสุโขทัยครอบงำคนไทยโบราณต่อมาคนไทยในสุโขทัยลุกขึ้นต่อสู้เพื่อให้พ้นจากอำนาจของขอม เพื่อสร้างสำนึกรักชาติไทย

ขอม

ขอม

Khmer originally did not mean a single group of Khmer because Khmer was a Thai word meaning Khmer. Khmer people did not call themselves Khmer and did not know Khmer. Year 1069 from the Khmer inscription in the Zob Bak inscription Pak Thong Chai District Nakhon Ratchasima Province

Later, Krungsri was established in 1893 and the name Khmer has a meaning changed to Khmer only. Dating to this day, why did Khmer name change its meaning to Khmer? Still can’t find a clear explanation But when he arrested him that because the Chao Phraya River Basin had all respected Theravada Buddhism, including Lavo, the Khmer still had Hindu and Mahayana Buddhists. Is there some Khmer

The word Khmer appears in two inscriptions of Wat Si Chum, Sukhothai, specifying the name of Khmer Badkholaylampongchitphumisak. As one of the first scholars to try to study and explain this new word, Khmer suggested that Khmer was not meant to be. Race or race

Which later became Ayothaya Sriram Thep Nakorn with the word “Khmer” was used to call a group of people as a whole. It is similar to the overall use of the word “guest” to refer to Islamic / Sikh / Hindu people. Without separating whether it is Indian, Malay

Such as assuming Khmer as another group Who had empowered to occupy the land in the Chao Phraya River basin until Sukhothai Dominated over the ancient Thai people Later, the Thai people in Sukhothai stood up to fight to get out of Khmer’s power. To create a sense of nationalism in Thailand

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

จารึกพ่อขุนรามคำแหง

จารึกพ่อขุนรามคำแหง หรือจารึกหลักที่ 1 เป็นจารึกที่บันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย (ต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว) ในขณะที่พบนักบวชในวันแรม 8 ค่ำเดือน 3 ค.ศ. 1214 ในวันศุกร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2377 หรือ พ.ศ. 2376 ณ เขาปราสาทเมืองเก่าสุโขทัย

อำเภอเมืองสุโขทัยสุโขทัยลักษณะเด่นคือสี่เหลี่ยมจัตุรัสด้านเท่ากันทรงกลมสูง 111 เซนติเมตรหนา 35 เซนติเมตร มีจารึกทั้งสี่ด้าน ปัจจุบันเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครกรุงเทพมหานคร

เนื้อหาของจารึกสามารถแบ่งออกเป็นสามส่วน ตอนที่ 1 บรรทัดที่ 1 ถึง 18 บอกเล่าพระราชประวัติของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชตั้งแต่ประสูติจนถึงราชบัลลังก์ “พ่อขุนรามคำแหง” เล่าเหตุการณ์และขนบธรรมเนียมในสุโขทัย

และที่สามจากด้านที่ 4 บรรทัดที่ 12 ถึงบรรทัดสุดท้ายมีข้อความที่แตกต่างกันจากตอนที่ 1 และ 2 ดังนั้นจึงควรเขียนในภายหลัง เพื่อเป็นการยกย่องและประกาศเกียรติคุณของพ่อขุนรามคำแหงและกล่าวถึงอาณาจักรสุโขทัย

จารึกพ่อขุนรามคำแหง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2546 ได้รับการอธิบายโดย UNESCO ว่า “[จารึกนี้] เป็นมรดกของเอกสารที่สำคัญที่สุดของโลกโดยให้ข้อมูลที่มีค่าเกี่ยวกับสาระสำคัญต่างๆของประวัติศาสตร์โลกและวัฒนธรรม

ไม่เพียงเป็นการบันทึกการประดิษฐ์ตัวอักษรไทยซึ่งเป็นรากฐานของตัวอักษรที่ใช้โดยคนหกสิบล้านคนในประเทศไทยในปัจจุบัน ภาพวาดที่หายากและมีรายละเอียดของรัฐไทยสุโขทัยในศตวรรษที่ 13 ยังสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าสากลที่รัฐต่างๆในโลกปัจจุบันมีร่วมกัน

จารึกพ่อขุนรามคำแหง

Inscription of King Ramkhamhaeng or the 1st main inscription is the inscription that records the historical events of Sukhothai period. (Later, King Mongkut) while the Buddhist priest was discovered on the 8th lunar month of 3 AD 1214 on Friday, January 17, 1834 or 1833. At Prasat Hill, Mueang Kao, Sukhothai

Mueang Sukhothai District Sukhothai Its main features are square, equilateral, spherical shape, 111 centimeters high and 35 centimeters thick. There are inscriptions on all four sides. Currently stored at the National Museum Bangkok, Bangkok

The contents of the inscription can be divided into three parts. Episode 1, lines 1 to 18, tells the history of King Ramkhamhaeng the Great from his birth to his throne. “King Ramkhamhaeng” recounts the events and customs in Sukhothai.

And the third from side 4, line 12 to the last line There are different texts from episodes 1 and 2 so it should be written later. As praise and honor of King Ramkhamhaeng And mention the Kingdom of Sukhothai

The inscription, registered as a World Heritage Site in 2003, is described by UNESCO as “[this inscription] as a legacy of the world’s most important document. It provides valuable information on several core themes of world history and culture.

It is not only a record of Thai calligraphy, which is the foundation of the letters used by sixty million people in Thailand today. The rare and detailed depiction of the 13th century Sukhothai Thai state also reflects the universal values ​​that the states of the world today share.

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

นักโบราณคดี

นักโบราณคดี นักโบราณคดีมีหน้าที่ขุดค้นแหล่งโบราณคดีหรือสิ่งของต่างๆ เพื่อศึกษาค้นคว้าเรื่องราวในอดีตและทรัพยากรทางวัฒนธรรมของมนุษย์ในสมัยโบราณทำการสำรวจและขุดค้นแหล่งที่คาดว่าจะพบสถานที่หรือโบราณวัตถุ การค้นคว้าวัตถุโบราณที่ได้จากการขุดค้นหรือขุดค้นโบราณสถานเพื่อศึกษาหลักฐานอ้างอิงหรือเปรียบเทียบและสรุปยุคสมัยของศิลปวัตถุนั้นผลการค้นพบและการวิเคราะห์

ลักษณะของงานที่ทำ
1. สำรวจและขุดค้นหาหลักฐานทางโบราณคดีเช่นร่องรอยการอยู่อาศัย วัฒนธรรมของมนุษย์จากโครงกระดูกเศษเครื่องปั้นดินเผา ฯลฯ
2. นำหลักฐานทางโบราณคดีมาศึกษาวิเคราะห์และตีความโดยผสมผสานองค์ความรู้จากสาขาต่างๆเช่นวิทยาศาสตร์ประวัติศาสตร์ศิลปะมานุษยวิทยา ฯลฯ เพื่อให้ทราบถึงประวัติศาสตร์ของมนุษย์
3. เผยแพร่ความรู้ทางวิชาการด้านโบราณคดี เขียนเป็นรายงานการสำรวจการขุดค้นบทความทางวิชาการนิทรรศการหรือการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์

สามารถรับราชการในกรมศิลปากรรวมทั้งเป็นนักขุดค้นทางโบราณคดีค้นคว้าเกี่ยวกับโบราณคดีทำงานในพิพิธภัณฑ์เป็นไกด์นำเที่ยวเป็นครูสอนประวัติศาสตร์ทำงานใน บริษัท เอกชนธุรกิจของตัวเองหรือศึกษาต่อระดับปริญญาโท – ปริญญาเอกทั้งในและนอกประเทศ

นักโบราณคดี ประเทศไทยยังขาดนักโบราณคดีทำให้การดูแลไม่ดีปัจจุบันพบว่าแต่ละสำนักโบราณคดีมีนักโบราณคดี 2-3 คนดูแลไม่ดีทำให้เกิดปัญหากับกลุ่มผู้ลักลอบ ส่งขายทั้งไทยและเทศขณะที่เรียนโบราณคดีตอนนี้มีที่ม. ศิลปากรที่เดียว ทั้งที่จำนวนนักเรียนไม่ได้ลดลง แต่อัตราการบรรจุประจำปีของกรมศิลปากรนั้นน้อยมาก

นักโบราณคดี

นักโบราณคดี

Archaeologists are responsible for excavating archaeological sites or objects. To study the past and human cultural resources of ancient times, to explore and excavate the expected sites or artifacts. Researching artifacts obtained by excavation or excavation of archaeological sites to study evidence for reference or to compare and summarize the era of the artifact, findings and analysis

Nature of the work performed
1. Explore and dig for archaeological evidence such as traces of habitation. Human cultures from skeletons, pottery fragments, etc.
2. Bring archaeological evidence to study, analyze and interpret by combining knowledge from various fields such as science, history, art, anthropology, etc. to know the history of human beings
3. Disseminate academic knowledge in archeology Write in a report of a survey, excavation, academic article, exhibition or museum display.

Able to serve in the Fine Arts Department, including as an archaeological digger, researching archeology, working in museums, as a tour guide, as a history teacher, working in a private company, own business, or pursuing a master’s or doctor’s degree in either And outside the country.

Thailand is still lacking archaeologists, causing poor supervision. Currently, it is found that each archaeological bureau is poorly supervised by 2-3 archaeologists, causing problems for smugglers. Sent for sale in both Thai and foreign countries while studying archeology.

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

โรคระบาด ในประวัติศาสตร์ไทย

โรคระบาด ในประวัติศาสตร์ไทย การแพร่ระบาดในประวัติศาสตร์ไทยดูเหมือนคนส่วนใหญ่จะนึกถึง ‘ฮา’ หรือ ‘อหิวาตกโรค’ โดยเฉพาะอหิวาตกโรคที่รุนแรง ในสมัยรัชกาลที่ 2 ในปีมะโรง พ.ศ. 2363 มีผู้คนล้มป่วยและเสียชีวิตจำนวนมาก จนกระทั่งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ

เพื่อจัดพิธีอุปสมบทในขณะนั้นทางการได้ประกาศให้ชาวสยามอยู่ที่บ้านและไม่ทิ้งไปไหนทำให้โรคค่อยๆลดการแพร่ระบาดลง บุคคลสำคัญของประเทศ

โรคระบาด ในประวัติศาสตร์ไทย ผู้ที่เสียชีวิตด้วยโรคนี้คือเจ้าพระยาบดินทรเดชาเมื่อรัชกาลที่ 4 และร. 5 อหิวาตกโรครุนแรง แต่พอวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่หลั่งไหลเข้ามาในประเทศทันทีการจัดการด้านสุขาภิบาลก็เริ่มขึ้น

เพื่อป้องกันและมียาระงับอหิวาตกโรคชาวสยามเองก็ตระหนักเช่นกันว่าควรดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากโรค สิ่งนี้เห็นได้จากโฆษณายาอหิวาตกโรคในสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆตั้งแต่ทศวรรษ 2460

โรคระบาด ในประวัติศาสตร์ไทย

Epidemic in Thai history It seems most people think of ‘Ha’ or ‘cholera’, especially the severe cholera. In the reign of King Rama 2 in the year of the dragon, in 1820, many people fell ill and died. Until His Majesty graciously ordered

To arrange a parishion ceremony At that time the authorities declared the Siamese to remain at home and not leave cholera, the Siamese themselves also realize that they should take care anywhere, causing the disease to gradually reduce the epidemic. Important people of the country

Those who died of this disease were Chao Phraya Bodindecha When the reign of King Rama 4 and Rama 5, cholera was severe. But enough modern medical science Poured into the country Immediately, sanitation management began.

In order to prevent and have drugs to suppress cholera, the Siamese themselves also realize that they should take care of themselves to be safe from the disease. This can be seen from advertisements for cholera drugs on various publications since the 1917 decade.

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

ประวัติศาสตร์ไทย

ประวัติศาสตร์ไทย นักโบราณคดีชาวดัตช์ค้นพบเครื่องมือหินที่มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์สร้างขึ้น บริเวณใกล้สถานีบ้านเก่ากาญจนบุรีโดยมีการสันนิษฐานว่ามนุษย์เหล่านี้อาจเป็นชาวชวาและชาวปักกิ่งซึ่งมีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 5 แสนปีก่อนเป็นหลักฐานในยุคหินเก่า

David Wyatt เขียนว่ามีมนุษย์อาศัยอยู่ในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปัจจุบันเมื่อ 40,000 ปีก่อนโดยเริ่มจากการล่าสัตว์ป่า จนถึงจุดเริ่มต้นของการทำฟาร์มเมื่อ 10,000-20,000 ปีก่อน

ประวัติศาสตร์ไทย พบว่าเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่กระจัดกระจายตั้งแต่ที่ราบทางตอนกลางของจีนลงไปจนถึงคาบสมุทรชาวอินโดนีเซีย มีเทคโนโลยีในการปลูกข้าวและทำเรือที่มีโคลงที่ช่วยให้แล่นไปญี่ปุ่นและแอฟริกาตะวันออกได้ ขวานสำริดอายุ 5,000 ปีเหล็กหล่อ 3,000 ปี

ได้แก่ เครื่องปั้นดินเผา 5–6. เชื่อกันว่าแหล่งโบราณคดีในบ้านเชียงและที่ราบสูงโคราชเป็นหลักฐานการปลูกข้าวและการหล่อสำริดที่อาจเก่าแก่ที่สุดในเอเชีย

ประวัติศาสตร์ไทย

Dutch archaeologist Dr. H.R. Van Hingkeren unearths a stone tool made by prehistoric humans. Area near Ban Kao Station Kanchanaburi With the assumption that these humans may be Javanese and Pekingese Which lived about five hundred thousand years ago as evidence in the old Stone Age

David Wyatt wrote that there have been humans living in the present Southeast Asia area 40,000 years ago, beginning with hunting forest hunting. Until the beginning of farming 10,000–20,000 years ago

It was found that the ethnic groups were scattered from the plains of central China down to the Indonesian peninsula. There is a technology of growing rice and making a boat with a stabilizer that allows it to sail to Japan and East Africa. A 5,000 year old bronze ax, 3,000 year old cast iron

Including pottery 5–6. allows it to sail to Japan and East Africa. A 5,000 year old bronze ax, 3,000 year old cast iron It is believed that archaeological sites in Ban Chiang and the Korat Plateau are evidence of rice cultivation and bronze casting that may be the oldest in Asia.

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

บิลลี ซิง

บิลลี ซิง เกิดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2429 ที่เมืองมงต์รัฐควีนส์แลนด์ประเทศออสเตรเลียเป็นบุตรชายของบิดาชาวจีนและมารดาเป็นชาวอังกฤษ พ่อแม่ของเขาคือจอห์นซิง แม่ของซิงซึ่งเป็นผู้ลี้ภัยจากเซี่ยงไฮ้ประเทศจีนและแมรี่แอนซิง) แม่ของซิงให้กำเนิดลูกสาวชื่อเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2426 ไม่ถึงสองเดือนก่อนที่จะแต่งงานกับพ่อของซิงในวันนั้น 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2426

ไม่ชัดเจนว่าเด็กชายคนนี้เป็นลูกสาวของจอห์นซิงด้วยหรือไม่ ลูกสาวคนหนึ่งชื่อ Beatrizzing เกิดมาในครอบครัวเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2436 ลูกทั้งสามเติบโตมาด้วยกันในฟาร์มที่ดำเนินการโดย Sings และทั้งสามคนทำได้ดีในด้านวิชาการ

ความรู้สึกต่อต้านจีนในออสเตรเลียมีมากในขณะนี้ เลโอเป็นเด็กที่รู้จักกันดีในเรื่องทักษะการยิงปืน มันเป็นเรื่องของอคติทางเชื้อชาติอันเนื่องมาจากบรรพบุรุษของเขา เขาเริ่มทำงานพ่วงเมื่อเป็นชายหนุ่ม

ต่อมาได้ทำงานเป็นเสบียงและตัดอ้อยลีโอเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะนักแม่นปืนของเขาทั้งในฐานะนักยิงจิงโจ้และการแข่งขันยิงเป้า

บิลลี ซิง ในบทบาทหลังเขาเป็นสมาชิกของ Proserpine Rifle Club (หนึ่งในสโมสรปืนยาวหลายแห่งในควีนส์แลนด์ที่ได้รับทุนบางส่วนจาก Queensland และ Australian Defence Forces เพื่อพัฒนาทักษะการยิง) ยิงปืนเป็นประจำและยังเล่นคริกเก็ตได้อย่างชำนาญ

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2457 สองเดือนหลังการปะทุของสงครามชาวสิงคโปร์ได้เข้าร่วมในกองพลทหารม้าออสเตรเลียที่ 5 ของทหารม้าเบาของจักรพรรดิออสเตรเลีย ใบรับรองการตรวจสุขภาพของเขาในเวลานั้นแสดงให้เห็นว่าเขายืนอยู่ที่ 5 ‘5 “(165 ซม.) และหนัก 141 ปอนด์ (64 กก.)

ตามกฎหมายของจอห์นและคริสสจวร์ตเขาได้รับการยอมรับให้เข้ารับการเกณฑ์ทหารหลังจากนายทหารเกณฑ์เลือกที่จะเพิกเฉยต่อความจริงที่ว่าลีโอเป็นส่วนหนึ่งของจีน ในเวลานั้นชาวยุโรปโดยทั่วไปถือว่าเหมาะสมกับการรับราชการทหารของออสเตรเลีย

บิลลี ซิง

Leo was born on March 2, 1886 in Mont, Queensland, Australia, the son of a Chinese father and an English mother. His parents are John Sing. Xing’s mother, a refugee from Shanghai, China, and Mary Ansing), Sing’s mother gave birth to a daughter, May 28, 1883, less than two months before marrying her father. Sing that day, July 4, 1883.

It’s not clear if the boy was also John Sing’s daughter. A daughter named Beatrizzing was born into a family on July 12, 1893, the three children grew up together on a farm run by Sings, and all three did well academically.

The anti-Chinese sentiment in Australia is extreme right now. Leo is a kid best known for his shooting skills. It is a matter of racial prejudice due to his ancestors. He started working in tow as a young man.

Later worked as a supply and cut cane, Leo was best known for his marksmanship as both a kangaroo shooter and target shooting competition.

In the latter role, he is a member of Proserpine Rifle Club (one of several long-run rifle clubs in Queensland that is partially funded by Queensland and the Australian Defense Forces to develop shooting skills), shoots regularly and also plays Cricket skillfully.

On October 24, 1914, two months after the outbreak of the war, Singaporeans joined the Australian Emperor’s 5th Light Cavalry Corps. His health examination certificate at the time showed that he stood 5 ‘5’ ‘(165 cm) and weighed 141 lbs (64 kg).

According to John and Chris Stuart’s law, he was accepted into the military after a conscripted officer chose to ignore the fact that Leo was part of China. At that time Europeans were generally considered fit for Australian military service.

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

ประวัติศาสตร์จีน

ประวัติศาสตร์จีน เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอารยธรรมยาวนานที่สุด หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ค้นคว้าได้บ่งชี้ว่าอารยธรรมจีนมีอายุ 5,000 ปี

รากฐานที่สำคัญของอารยธรรมจีนคือการสร้างระบบภาษาเขียนในช่วงราชวงศ์ฉิน (ศตวรรษที่ 58 ก่อนคริสต์ศักราช) ให้เป็นภาษากลางทั่วประเทศ เป็นครั้งแรกของโลก (ทุกเผ่าพูดต่างกันสำเนียงต่างกัน แต่ใช้การเขียนเหมือนกัน) และพัฒนาการของลัทธิขงจื้อ

ราวศตวรรษที่ 2 ก่อน ส.ศ. ประวัติศาสตร์จีนมีทั้งช่วงเวลาแห่งความเป็นปึกแผ่นและอาณาจักรอื่น บางครั้งก็ถูกปกครองโดยเผ่าพันธุ์อื่นเช่นมองโกลแมนจูญี่ปุ่นวัฒนธรรมจีนมีอิทธิพลอย่างมากต่อชาติเอเชียอื่น ๆ และสังคมโลก

ประวัติศาสตร์จีน สมัยก่อนประวัติศาสตร์ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเมื่อใด แต่จากการขุดพบวัตถุโบราณริมแม่น้ำฉางเจียงและแม่น้ำหวังเหอ. ช่วงเวลานี้สามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทของสังคม ช่วงแรกคือช่วงที่ตัวเมียมีขนาดใหญ่เรียกว่าช่วงหยางเชา และเมื่อชายเป็นใหญ่เรียกว่าวัฒนธรรมหลงซานตำนานเล่าว่าบรรพบุรุษชาวจีนเรียกว่าหวงตี้และหยานตี้

ประวัติศาสตร์จีน

ประวัติศาสตร์จีน

China is one of the countries with the longest civilizations. Historical evidence researched indicates that the Chinese civilization is 5,000 years old.


The cornerstone of Chinese civilization was the creation of the written language system during the Qin Dynasty (58th century BC) as a nationwide language. For the first time in the world (Every tribe speaks differently, different accents But uses the same writing) and the development of Confucianism.

About the 2nd century B.C.E., Chinese history includes a period of solidarity and other kingdoms. Sometimes they are ruled by other races such as the Mongols, Manchu, Japan, Chinese culture has a great influence on other Asian nations and world society.

In ancient times, there was no conclusive evidence of when. But from the excavation of ancient artifacts along the Changjiang River and Wanghe River. This period can be divided into two types of society. The first phase is when the female is large, it is called the Yang Chao period. And when the male is great, it is called Longshan culture, legend has it that Chinese ancestors called Huangdi and Yanti.

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

แผนที่โลก

แผนที่โลก เป็นแผนที่แสดงพื้นที่ส่วนใหญ่หรือทั้งภูมิภาคของโลก การครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ทำให้เกิดปัญหาการฉายแผนที่ แผนที่โลกคือการเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวโลกสามมิติให้เป็นระนาบแบน (ภาพสองมิติ) แผนที่โลกมีเทคนิคมากมายที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองและนำเสนอแผนที่ที่สมจริงสวยงามและตอบสนอง

การสร้างแผนที่โลกต้องมีความรู้เกี่ยวกับโลก ทวีปและมหาสมุทรการรับแผนที่โลกที่แม่นยำตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงยุคกลางเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากมีชายฝั่งน้อยกว่าครึ่งหนึ่งและมีเพียงส่วนเล็ก ๆ ของทวีปเท่านั้นที่รู้จักวัฒนธรรมที่แตกต่างกันชาวยุโรป

จึงเริ่มสำรวจในช่วงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยามากขึ้น ทำให้ความรู้เกี่ยวกับโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างน้อยในช่วงกลางทศวรรษ 1700 ชายฝั่งทั่วโลกได้รับการบันทึกไว้บนแผนที่ อาณาเขตภายในทวีปค่อยๆถูกบันทึกโดยศตวรรษที่ 20

แผนที่โลก โดยทั่วไปแผนที่โลกมุ่งเน้นไปที่ลักษณะทางกายภาพที่แสดงลักษณะทางภูมิศาสตร์เช่นภูเขาแม่น้ำประเภทของดินและการใช้ที่ดินและด้านการเมืองที่มุ่งเน้นไปที่ขอบเขตและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ แผนที่ทางธรณีวิทยาไม่เพียงแสดงให้เห็นพื้นผิวเท่านั้น

แต่ยังแสดงพฤติกรรมของหินแข็งด้วย ข้อบกพร่องและโครงสร้างใต้พื้นผิวแผนที่ Coroplate ใช้เฉดสีและความเข้มที่ตัดกันเพื่อแยกความแตกต่างระหว่างภูมิภาคและดินแดน เช่นการแสดงสถิติทางประชากรหรือเศรษฐกิจ

แผนที่โลก


The world map is a map showing most of the region or the entire region of the world. Large area coverage causes map projection problems. The World Map is the transformation of a three-dimensional earth’s surface into a flat plane (a two-dimensional image). The World Map contains a number of techniques developed to react and present a realistic, beautiful and responsive map.

Creating a world map requires knowledge of the world. Continents and Oceans, getting accurate world maps from prehistoric to medieval times is impossible. Because there are less than half of the coast and only a small part of the continent, different cultures are known to Europeans.

So more to explore during the Renaissance. This resulted in a dramatic increase in the knowledge of the world, at least in the mid-1700s the entire coast of the world was recorded on the map. Intra-continental territories were gradually recorded by the 20th century.


The world map generally focuses on physical features showing geographical features such as mountains, rivers, soil types and land use, and the political aspects that focus on human boundaries and settlements. The geological map shows not only the surface, but also the surface.

But also shows the behavior of rock solid. Defects and subsurface structures, coroplate maps use contrasting hues and intensities to differentiate between regions and territories. Such as showing demographic or economic statistics.

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

ประวัติมวยไทย

ประวัติมวยไทย เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของคนไทยที่สืบทอดกันมานาน เป็นทั้งการต่อสู้ป้องกันตัวและกีฬา ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยใด แต่ถือว่ามวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ของไทยเช่นเดียวกับกังฟูของจีน ยูโดและคาราเต้ของญี่ปุ่น และเทควันโดของเกาหลี

ประวัติมวยไทย สมัยอยุธยา สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ หรือพระเจ้าเสือ โปรดการชกมวยมากจนทรงปลอมพระองค์มาชกมวยกับชาวบ้าน และชนะคู่ต่อสู้ถึง ๓ คน ดังที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ระบุไว้ในหนังสือ ศิลปะมวยไทยว่า พระเจ้าเสือได้ปลอมแปลงพระองค์เป็นสามัญชน

มาชกมวยกับนักมวยฝีมือดีของเมืองวิเศษไชยชาญ และสามารถชกชนะนักมวยเอกถึง ๓ คน ได้แก่ นายกลาง หมัดตาย นายใหญ่ หมัดเหล็ก และนายเล็ก หมัดหนัก โดยทั้ง ๓ คน ได้รับความพ่ายแพ้อย่างบอบช้ำจากฝีมือการชกมวยไทยของพระองค์

เมื่อพระมหากษัตริย์โปรดการชกมวยไทยเช่นนี้ ทำให้มีการฝึกมวยไทยกันอย่างแพร่หลายในราชสำนัก และขยายไปสู่บ้านและวัด โดยเฉพาะวัด ถือเป็นแหล่งประสิทธิ์ประสาทวิชามวยไทยเป็นอย่างดี

เพราะขุนศึกเมื่อมีอายุมากมักบวชเป็นพระ และสอนวิชาการต่อสู้ให้แก่ลูกศิษย์ที่ดี หรือมีความกตัญญูรู้คุณ โดยเฉพาะนักมวยเด่นในยุคหลังๆ ก็เกิดจากการฝึกฝนกับพระสงฆ์ในวัดแทบทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้การฝึกมวยไทยจึงแพร่หลาย และขยายวงกว้างไปสู่สามัญชนมากยิ่งขึ้น

ประวัติมวยไทย

ประวัติมวยไทย

Muay Thai is a cultural heritage of Thai people that have been passed down for a long time. It’s both a self-defense and a sport. There is no clear evidence that In what period did it first occur? However, Muay Thai is considered a martial art of Thailand as well as Chinese Kung Fu. Japanese judo and karate And Korean Taekwondo

Ayutthaya period Somdej Phra Sanphet No.8 or Phra Chao Suea He enjoyed boxing so much that he forged him to fight with the villagers. And defeated opponents up to 3 famous people at the Office of the National Culture Commission Stated in the book Muay Thai art that The Lord Tiger disguised him as a commoner.

Come to boxing with the best boxers of Wiset Chai Chan And able to beat up to 3 major boxers, including Mr. Klang, Dead Fist, Master Fist, Iron Fist, and Mr. Lek Heavy Fist, all three of whom had been traumatized by his Thai boxing skills.

When the King favors such Thai boxing Making it widely practiced Muay Thai in the royal court And expanding to houses and temples, especially temples, is considered a good source of mastery of Muay Thai.

Because warlords when they are old are often ordained as monks And teach good students fighting academics Or are grateful Especially the outstanding boxers in the latter Was caused by practicing with almost all monks in the temple For this reason, Muay Thai training is widespread. And expand to more common people

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google