สงครามช้างเผือก

สงครามช้างเผือก พระเจ้าบุเรงนอง เป็นกษัตริย์ของหงสาวดีหลังจากที่พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้  รู้เรื่องช้างเผือกจากนั้นส่งทูตไปเชิญพระราชกรณียกิจขอช้างเชือกสององค์จักรพรรดิให้เหตุผลเชิงลบเพราะเขาเห็นด้วยกับรามคำแหงพระยาจักรีและสุนทรภู่สงคราม บุรินทร์หนองจึงถือเอาเหตุผลนั้น กองทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาในปี 2106

ด้วยกำลังสองแสนคนจัดเป็นหกกองกำลังเตรียมกองทัพเรือพร้อมด้วยปืนใหญ่และว่าจ้างชาวโปรตุเกสจำนวน 400 คนเป็นทหารปืนใหญ่ที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อสนับสนุนเสบียงอาหารโดยลำเลียงเปลี่ยนเส้นทางเดินทัพไปยังด่านแม่ละเมา โจมตีจังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทยเพื่อตัดทัพที่จะนำไปช่วยเหลืออยุธยา

ฝ่ายอยุธยาเตรียมที่จะปกป้องเมือง คาดว่าพม่าจะยกกำลังผ่านด่านเจดีย์สามแห่ง การอนุญาตให้กษัตริย์บิวเรงหนองติกำแพงเพชรสวรรคโลกสุโขทัยพิชัยและพิษณุโลกเมื่อเขาไปถึงชัยนาทกองทหารพม่าปะทะกับกองทัพพระนครศรีอยุธยา แต่พรรคอยุธยาไม่สามารถต้านทานและต้องถอยกลับไปอยุธยา กองทัพพม่าปิดล้อมอยุธยา และระดมยิงด้วยปืนใหญ่ทุกวันจนประชาชนเดือดร้อนและตื่นตระหนกจักรพรรดิ

ต้องเจรจากับกษัตริย์ พระเจ้าบุเรงนอง ที่พลับพลาในบริเวณวัดหน้าพระเมรุและวัด หงสาวดี ตกลงที่จะเป็นมิตรโดยให้ช้าง 4 ตัวกับ Rametawor, พระยาจักรีและสุนทรธนครามมายังพม่าซึ่งจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เจรจาทั้งหมด ดินแดนอยุธยาที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ นางบังเงาต้องคืนให้บุรินทร์หนองนั้นศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็ยังดี หลังจากนั้นพม่าก็ย้ายไปที่หงสาวดี

สงครามช้างเผือก

สงครามช้างเผือก

White Elephant War Bureng Nong Was the king of Hong Sawadee after the Lord shouted Shavavi Knew about the white elephant and then sent an ambassador to invite the emperor to request the two rope elephants for negative reasons because he agreed with Ramkhamhaeng, Phraya Chakri and Sunthorn Phu Songkhram. Burin Nong therefore reasoned that The Matisee Army in Ayutthaya in the year 2106.

With two hundred thousand men, organized into six armed forces, preparing a navy with artillery and hiring 400 Portuguese people as artillerymen in Chiang Mai to support food supplies by transferring the marching route to the Mae Lamao checkpoint. Attack the northern provinces of Thailand in order to cut the army that will lead Ayutthaya

Ayutthaya side prepared to protect the city. Expect Myanmar to pass through three pagodas Allowing King Buring, Nong Ti, Kamphaeng Phet, Sawankhalok, Sukhothai, Phichai and Phitsanulok. When he arrived at Chainat, the Burma Army clashed with the Ayutthaya army. But the Ayutthaya party could not resist and had to fall back to Ayutthaya. Burma Army Siege Ayutthaya And firing with artillery every day until the people in trouble and panicked the emperor

ติดตามสาระ ประวัติ ศาสตร์ชาติไทยต่อได้ที่นี่  >>>> คลิ๊ก <<<<

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *